การคาดเดาของหลินเมิ้งหยามักถูกต้องเสมอ
ยิ่งไปกว่านั้นศัตรูเพียงคนเดียวของสกุลจูเห็นจะมีเพียงหลินเมิ้งหยาแล้ว
จากฐานะของนาง ไม่รู้ว่าพายุขนาดมหึมาจะโหมกระหน่ำพัดผ่านเมืองหลวงเก่าเช่นไร
“จวิ้นจู่ ท่านเจ้าเมืองมาขอเข้าเฝ้าพระองค์และเซิ่นจวิ้นอ๋องพ่ะย่ะค่ะ”
เพิ่งจะพูดจบ เสียงของคนรับใช้ก็ดังขึ้นที่ด้านนอก
จั่วชิวอวี้หันไปมองหลินเมิ้งหยา มาเร็วกว่าที่คิด
“เจ้าไปก่อนเถิด อีกเดี๋ยวข้าจะตามไป”
พยักหน้าลง จั่วชิวอวี้รู้ดีว่าหลินเมิ้งหยายังคงเป็นห่วงหลงเทียนอวี้ นางจึงอยากเข้าไปดูอาการเขาอีกหนแล้วค่อยไป
“ไปเถิด”
เจ้าเมืองแล้วอย่างไรเล่า? หากมีเขาอยู่ ไม่ว่าใครก็ทำร้ายหลินเมิ้งหยาไม่ได้!
ภายในห้อง สายลมพัดกลิ่นเหม็นคาวออกไปจนหมดสิ้น
กลิ่นหอมอ่อนๆ ทำให้จิตใจสงบ หลงเทียนอวี้หลับตาสนิท
หลิงเย่ยืนเฝ้าเพื่อคอยคุ้มกันอันตรายให้เขา
“เย่ อย่าเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังเด็ดขาด”
หลงเทียนอวี้กระซิบเสียงเบา น้ำเสียงไร้ซึ่งความสงสัยทำให้อีกฝ่ายปฏิบัติตามด้วยความเต็มใจ
“พ่ะย่ะค่ะ”
เขาเคยชินกับการเป็นเงาของท่านอ๋องแล้ว ขอเพียงท่านอ๋องยังอยู่ เขาจะเป็นดั่งดาบคมกริบของท่านอ๋อง
“เป็นอย่างไรบ้าง? ยังเจ็บอยู่หรือไม่?”
น้ำเสียง