าอดทนอีกนิด”
แม้จะไม่อาจทำใจ แต่จั่วชิวอวี้ก็หาผ้าสะอาดผืนหนึ่งใส่เข้าปากหลินเมิ้งหยา
เสียงภายในห้องค่อยๆ สงบลงแล้ว
หลินเมิ้งหยาไม่อยากให้หลงเทียนอวี้ได้ยินเสียงร้องด้วยความทรมานของนาง
จั่วชิวอวี้ขบกรามแน่น เขามองน้องสาวที่สลบไปด้วยสายตาเจ็บปวด
หลงเทียนอวี้เอ๋ย หากภายภาคหน้าเขาบังอาจรังแกหลินเมิ้งหยาแล้วล่ะก็ เขา…ไม่สิ คนทั้งเมืองหลินเทียนจะไม่มีวันปล่อยเขาไปแน่!
นางสะลึมสะลือตื่นขึ้นมา สิ่งเดียวที่รู้สึกได้คือความเจ็บปวดบริเวณไหล่ขวา
แต่เพราะระบบเซินหนงยังคงทำงานอยู่ ดังนั้นนางจึงยังคงมีสติอยู่บ้าง
เพียงแต่นางไม่อาจขยับได้แม้กระทั่งปลายนิ้ว
“จวิ้นจู่…จวิ้นจู่เป็นอะไรไปพ่ะย่ะค่ะ?”
อวี้อันที่เพิ่งหายใจหายคอคล่องแล้วเดินออกจากห้องเหลือบเห็นจวิ้นจู่ที่มีท่าทีสะลึมสะลือบนตั่ง
“ชู่ว อย่าเอ็ดไป พวกเจ้าจงทำเรื่องที่พวกเจ้าต้องทำไปเถิด สิ่งที่ได้เห็นวันนี้ห้ามแพร่งพรายออกไปเด็ดขาด”
จั่วชิวอวี้คอยดูแลอยู่ข้างกายหลินเมิ้งหยา แววตาสับสนกระวนกระวาย
เขาคิดมาตลอดว่านางฉลาดเฉลียวเหมือนกันกับฮวงซง แต่ใครจะคิดเล่าว่าเพียงเพราะคำว่ารัก พวกเขาจึงกลายเป็นคนโง่เขลาเช่นนี้
เพียงได้เห็นท่าทางของหลินเมิ้งหยา