ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเพียงใด หลินเมิ้งหยาค่อยๆ ฟื้นขึ้น
ตอนนี้เสื้อผ้าถูกเปลี่ยนเรียบร้อยแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นนางยังนอนอยู่บนเตียงของคนแปลกหน้า
ไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง จั่วชิวอวี้น่าจะอุ้มนางมาที่นี่
ขมวดคิ้ว ความเจ็บปวดในคราวนี้สาหัสยิ่งนัก
“จวิ้นจู่ฟื้นแล้ว หนู่ปี้จะประคองพระองค์ล้างหน้านะเพคะ”
เสียงอ่อนโยนพลันดังขึ้น หลินเมิ้งหยาเงยหน้ามองก่อนจะได้เห็นใบหน้าของคนแปลกหน้า
แต่เมื่อลองไตร่ตรองดูให้ดี นางจึงจำได้ว่าอีกฝ่ายเป็นสาวใช้ของจวนไท่จื่อ
บางทีนางอาจเป็นคนเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ตนเองอีกด้วย
ไร้เรี่ยวแรงแม้แต่จะยิ้ม ดูท่านางคงทำให้ทุกคนต้องลำบากแล้ว
“ขอบใจเจ้ามาก”
สาวใช้นำผ้าสะอาดมาเช็ดหน้าให้หลินเมิ้งหยา ก่อนจะแย้มยิ้มน้อยๆราวกับคิดไม่ถึงเลยว่าจวิ้นจู่จะเกรงใจตนเองเช่นนี้
“การได้รับใช้จวิ้นจู่เป็นวาสนาของหนู่ปี้แล้ว จริงสิเพคะ เซิ่นจวิ้นอ๋องรับสั่งว่าหากท่านฟื้นแล้วให้ท่านไปหาที่ห้องอ่านหนังสือเพคะ”
สาวใช้ถ่ายทอดคำพูดอย่างมิขาดตกบกพร่อง บางทีนางอาจจะไม่เคยเจอเจ้านายที่เกรงใจตัวเองมาก่อน
“อืม ลำบากเจ้าแล้ว”
หลินเมิ้งหยารับผ้าจากมือของนางขึ้นเช็ดหน้าอีกหน
เมื่อครู่นางลองขยับแขนขวา แม้จะยังไม่อาจ