ย่างนั้นหรือ?”
ขณะที่ทั้งสองกำลังเจรจากันอยู่นั้น สุ้มเสียงอ่อนโยนเสียงหนึ่งพลันดังขึ้น
ทั้งสองหันหน้าไปทางต้นเสียงโดยพร้อมเพรียงกัน ก่อนจะเห็นหญิงสาวหน้าตางดงามกำลังเดินนวยนาดเข้ามา
“คุณหนู ลูกสะใภ้ของเขากำลังจะคลอดลูกขอรับ เขาเอ่ยว่าจะต้องไปหาหมอตำแยคนหนึ่งเท่านั้นจึงจะมีโอกาสรอด แต่ตอนนี้เย็นมากแล้ว ประตูเมืองก็ปิดสนิทแล้ว ข้าน้อยลำบากใจยิ่งนัก”
เมื่อเห็นว่าอันเล่อจวิ้นจู่กลับมาที่นี่อีกครั้ง ผู้เฝ้าประตูจึงรีบออกมาต้อนรับ
ในเมื่อจวิ้นจู่ไม่คิดแสดงตัว เช่นนั้นเขาก็ต้องให้ความร่วมมือ
แต่แน่นอนว่าเขามิอาจละเลยมารยาทที่พึงปฏิบัติต่ออีกฝ่ายได้
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เช่นนั้นข้าช่วยตรวจอาการลูกสะใภ้ของเจ้าให้เป็นอย่างไร? เจ้าวางใจเถิด ข้าเองก็เป็นหมอ ยิ่งไปกว่านั้นข้ายังมีความสามารถในการจับชีพจร กว่าประตูเมืองจะเปิด ออกได้อีกครั้งก็ต้องใช้เวลาพอสมควร
อวี้อันรีบถ่ายทอดคำสั่งให้ผู้เฝ้าประตูเพื่อไปตามคนมาเปิดประตูเมือง
ผู้เฝ้าประตูน้อมรับคำสั่งด้วยความยินดี เหตุเพราะหากเกิดเรื่องอะไรขึ้น จวิ้นจู่ต้องเป็นฝ่ายรับผิดชอบ
รีบไปตามคนมาแล้วเตรียมตัวเปิดประตูเมือง