ทว่าหลินเมิ้งหยาที่เพิ่งจะเดินไปถึงเกี้ยวกลับถูกชายสองคนห้ามเอาไว้
พวกเขาทั้งสองล้วนอายุยังน้อย ทว่าสีหน้ากลับไม่เป็นธรรมชาติ ยิ่งไปกว่านั้นยังแสร้งแสดงท่าทีร้อนใจ
หัวคิ้วขมวดมุ่น หลินเมิ้งหยาพินิจพิเคราะห์พวกเขาทั้งคู่
แปลกจริงเชียว หากใกล้จะคลอดจริง แล้วเหตุใดจึงไม่มีสาวใช้เลยแม้แต่คนเดียวเล่า?
“ทั้งสองท่าน.…..”
“คุณหนูท่านนี้ พวกเขาล้วนเป็นหลานชายของข้า ลูกสะใภ้ของข้าเจ็บปวดจนสลบไปแล้ว ขอบพระคุณท่านมากที่ช่วยออกหน้าพูดกับผู้เฝ้าประตูแทนพวกเรา”
ขณะเดียวกัน ชายอายุสี่สิบกว่าคนนั้นรีบพุ่งตัวเข้ามาในวงล้อม
แต่เขากลับไม่พูดเรื่องที่จะให้หลินเมิ้งหยาช่วยดูอาการลูกสะใภ้เลยแม้แต่น้อย
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าจะออกไปเร่งพวกเขาให้อีกครั้ง ลูกสะใภ้ของเจ้าจะได้ไม่ตกอยู่ในอันตราย”
สีหน้าเปลี่ยนไป หลินเมิ้งหยากลับมามีสีหน้าอ่อนโยนดั่งเดิม
สาวเท้าเข้าไปหาผู้เฝ้าประตูเมือง ก่อนจะกระซิบกระซาบเล็กน้อย
“คุณหนู เช่นนั้นจะทำอย่างไรขอรับ?”
สีหน้าของผู้เฝ้าประตูเปลี่ยนไป แต่คนเหล่านั้นไม่ทันสังเกตเห็น
หลินเมิ้งหยาไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตั้งใจเอ่ยเสียงดัง
“ในเมื่อพวกเขาเร่งรีบถึงเพียงนี้ พวกเจ้ารีบไปหาคนมาช่วยกันให้มากขึ้น