“จวิ้นจู่ หมายความว่าท่านดูเขาออกตั้งแต่แรกแล้วหรือพ่ะย่ะค่ะ?”
อวี้อันใจเย็นลงแล้ว จะว่าไปแล้วก็จริง แม้แต่เขายังมองพิรุธของอีกฝ่ายออก เช่นนั้นคนรอบคอบอย่างจวิ้นจู่จะมองไม่ออกได้อย่างไร?
“หากเขาเป็นหมากของฮ่องเต้จริง เช่นนั้นเขาจะมาหาข้าด้วยเหตุใด?”
เท่าที่ดูจากอำนาจของจั่วชิวเฉิน มิใช่เรื่องเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะส่งคนเข้าไปสอดแนมจูฉีหยุน
แต่น่าเสียดายที่สกุลจูบุ่มบ่ามเกินไป ดังนั้นในสายตาของนาง การแสดงของเขาจึงดูจงใจทำอยู่หลายส่วน
หลินเมิ้งหยาไม่มีทางเชื่อว่านี่เป็นเพียงเรื่องบังเอิญ
เห็นได้ชัดว่าคุณชายจูจงใจเข้ามาพูดจาเลื่อนเปื้อนต่อหน้านาง
แม้แต่อวี้อันยังจับพิรุธได้ สกุลจูคงไม่คิดว่านางโง่ถึงขั้นนั้นหรอกกระมัง?
“จวิ้นจู่ หรือว่านี่จะเป็นหลุมพรางพ่ะย่ะค่ะ?”
น้ำเสียงของอวี้อันเจือความกังวลใจอยู่หลายส่วน
ส่ายหน้าเบาๆ อันที่จริงหลินเมิ้งหยามิได้กลัวกับดักของพวกเขาเลยแม้แต่น้อย
กลับกัน หากพวกเขานิ่งเฉยเกินไปต่างหากจึงจะน่ากลัว
“นับตั้งแต่วันที่ข้ามาที่นี่ ทุกหนทุกแห่งล้วนเต็มไปด้วยหลุมพราง เช่นนั้นแล้วเจ้าคิดว่าพวกเขาจะยังทำอะไรข้าได้อีกหรือ?”
เดินออกจากโค้งนั้นมา หลินเมิ้งหยาเห็นว่าจูเจียจิงกลับไปนั่ง