สดงท่าทีแข็งกร้าวเช่นนี้ออกมา ดังนั้นเขาจึงมิอาจทำผิดได้อีกเป็นหนที่สอง
ไม่ว่าอย่างไรสกุลจูก็มิอาจยิ่งใหญ่ไปกว่าฮ่องเต้ได้
หลินเมิ้งหยามองตาแก่ที่ยอมอ่อนข้อลงอย่างไม่เต็มใจ ทว่านางไม่คิดจะปล่อยเขาไปเลยแม้แต่น้อย
“มิกล้า? คนสกุลจูมีอัธยาศัยดีและเป็นกันเองจนเพิกเฉยต่อกฎระเบียบ ตอนอยู่นอกเมืองข้าเห็นกับตาตัวเองว่าคุณชายคนนั้นของท่านริอ่านทำตัวทัดเทียมเซิ่นจวิ้นอ๋องจนถึงขั้นเรียกขาน พระองค์ว่าพี่น้อง ข้าอยากถามใต้เท้าจูสักคำหนึ่ง เซิ่นจวิ้นอ๋องเป็นพระอนุชาของฮ่องเต้ นี่หรือว่าคุณชายของท่านคิดว่าตนเองมีฐานะสูงศักดิ์เทียบเท่าฮ่องเต้กัน?”
ไม่มีใครคาดคิดว่าหลินเมิ้งหยาจะชิงกดดันอีกฝ่ายก่อน
ยิ่งไปกว่านั้นยังนำข้อผิดพลาดของสกุลจูขึ้นมาเอ่ยอ้าง
แน่นอนว่าเรื่องที่พวกหลงเทียนอวี้สั่งสอนคุณชายจูนั้นเป็นเรื่องจริง แต่เรื่องที่คุณชายจูตีตัวเสมอจั่วชิวอวี้เองก็ตกอยู่ในสายตาทุกคนเช่นเดียวกัน
จูฉีหยุนคิดไม่ถึงเลยว่าหลินเมิ้งหยาจะพลิกสถานการณ์มาแว้งกัดเขาเช่นนี้
คำพูดที่เตรียมมาทั้งหมดมิอาจใช้ได้อีก เขาทำได้เพียงเอ่ยปฏิเสธเสียงแข็งเท่านั้น
“คือ…เสี่ยวเอ๋อร์เ