ก่อนจะหันหน้าไปหาหนานรุ่ย
หนานรุ่ยนั่งอยู่บนเก้าอี้นิ่ง ดวงตาทั้งสองข้างค่อยๆ เปิดออกเหมือนคนเพิ่งตื่นนอน
หันไปมองเด็กหนุ่มสกุลโหว ก่อนจะหันไปมองใบหน้าเปี่ยมโทสะของเฉียนอวี้หมิง มุมปากหยักยิ้มน้อยๆ
“เอาล่ะ เอาล่ะ ล้วนเป็นผู้อาวุโสทั้งนั้น เหตุใดจึงมาต่อล้อต่อเถียงกันต่อหน้าเด็กเช่นนี้เล่า ข้าว่าให้เด็กหนุ่มสกุลโหวผู้นี้ผ่านการทดสอบไปเถิด ถึงอย่างไรเรื่องนี้ก็ผ่านมายี่สิบปีแล้ว แม้จะเคยเกิดเรื่องผิดพลาดขึ้น แต่ต่อจากนี้ก็ต้องระมัดระวังให้ดี พ่อหนุ่ม เจ้าต้องตั้งตนเป็นคนดี อย่าได้ทำผิดซ้ำรอยเดิมเป็นอันขาดเข้าใจหรือไม่?”
คำพูดของหนานรุ่ยเปรียบดั่งคำตัดสิน แม้เฉียนอวี้หมิงจะไม่ยินยอม แต่ถึงกระนั้นก็ต้องสงบปากสงบคำลงไป