หากพูดถึงเรื่องในคราวนั้น แต่ไหนแต่ไรมาข้ามิเคยเห็นด้วยกับการตัดสินใจในคราวนั้น ผู้อาวุโสเฉียน ข้าเห็นว่าเขาเป็นเพียงเด็กคนหนึ่งเท่านั้น ซ้ำพวกเราไม่มีหลักฐานที่แน่ชัด ยิ่งไปกว่านั้นหากมีคนผิด คนผู้นั้นก็คือใต้เท้าโหวหาใช่เขาไม่ ไฉนเลยจึงถามหาเอาความผิดจากเด็กคนนี้กันเล่า?”
ฉางเทียนหัวส่งเสียงอ้อยอิ่ง ทว่าแววตากลับเผยร่องรอยของความรังเกียจ
เขาไม่อาจทนมองได้อีกต่อไปแล้ว พวกคนเหล่านี้ทำให้ภาพลักษณ์ของหอป๋ายเฉาต้องสูญสิ้น
ยิ่งไปกว่านั้นเขาคนนี้ไม่มีลูกศิษย์ ไร้ซึ่งคนสนิทหรือญาติมิตร
กอปรกับได้รับการปกป้องอย่างลับๆ จากจั่วชิวเฉิน ดังนั้นพวกเขาทั้งสี่จึงไม่อาจทำอะไรตนเองได้
ตัวเขาเปรียบดั่งเนื้อก้อนหนึ่งที่ไม่ว่าจะเฉือนอย่างไรก็เฉือนไม่ออก
ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้มีโอกาสสร้างความทุกข์ใจให้เฉียนอวี้หมิงแล้ว เช่นนั้นเขาจะปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดลอยไปได้อย่างไร?
คำพูดของฉางเทียนหัวได้รับความเห็นชอบจากคนจำนวนไม่น้อย
ไม่ว่าจะพูดอย่างไร เฉียนอวี้หมิงก็เป็นถึงผู้อาวุโส
การที่ผู้อาวุโสมาโต้เถียงกับผู้น้อยเช่นนี้เป็นเรื่องที่ไม่น่ามองนัก
ขณะที่เฉียนอวี้หมิงเกือบจะกระอักเลือดออกทางปาก เขาหันไปถลึงตาใส่ฉางเทียนหัวหนหนึ่ง