หากคิดจะฝังร่างฟางกูและหมิ่นเอ๋อร์ตอนนี้ เกรงว่าจะทำให้คนที่จับตามองพวกเขาอยู่ตื่นตระหนกอย่างแน่นอน
ดังนั้นหลินเมิ้งหยาจึงต้องจำใจรักษาร่างของสตรีที่น่าสงสารแต่ควรค่าแก่การเคารพทั้งสองเอาไว้ภายในห้องเย็นของจวนไท่จื่อก่อน
หลินเมิ้งหยามีท่าทีใจเย็นจนหลงเทียนอวี้และพวกจั่วชิวอวี้รู้สึกประหลาดใจ
หลังจากจัดการเรื่องทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว หลินเมิ้งหยากลับไปยังห้องอ่านหนังสืออีกครั้งเพื่อวิเคราะห์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด
ภายในสวนนอกห้องอ่านหนังสือ หลงเทียนอวี้จ้องมองเงาที่ไม่ขยับเขยื้อนหลังบานหน้าต่างด้วยสายตาเป็นกังวล
“เจ้ากำลังเป็นห่วงนางอย่างนั้นหรือ?”
น้ำเสียงสุขุมถามขึ้น หลงเทียนอวี้รู้ได้ทันทีว่านั่นเป็นเสียงของคนที่กำลังกังวลเช่นเดียวกันอย่างจั่วชิวอวี้
แม้หลงเทียนอวี้จะไม่ตอบ ทว่าใบหน้าเคร่งขรึมของเขาเป็นคำตอบให้จั่วชิวอวี้เป็นอย่างดี
“จะว่าไปก็แปลก ข้าเคยเชื่อมาเสมอว่าโรคภัยบนโลกใบนี้ล้วนมียารักษา แต่อาการป่วยใจกลับไร้หนทางรักษาเลยแม้แต่น้อย”
ใบหน้าหล่อเหลาของจั่วชิวอวี้สะท้อนความละอายใจ
บางทีเขาอาจกำลังรู้สึกผิดที่ตนเองและฮวงซงชักนำหลินเมิ้งหยาเข้าสู่กองเพลิงในคราวนี้
“นาง…จะต้องคิดได้”
ห