ามเป็นจริงอีกครั้ง ร่องรอยแห่งความเย็นชาพลันหายไปจากดวงตา
“เป็นอย่างไรบ้าง? รู้สึกไม่สบายตรงไหนหรือไม่?”
หลงเทียนอวี้จ้องมองลึกลงในแววตาของนาง ไร้ร่องรอยของความเจ็บปวดอีกต่อไป
โทสะเจิดจ้าในแววตาของนางอีกครั้ง หัวใจที่ถูกแขวนอยู่กลางอากาศพลันร่วงหล่นลงพื้น
แต่ถึงกระนั้นก็ยังคงมีความกังวลอยู่หลายส่วน เหตุเพราะกลัวว่านางจะคิดไม่ได้
“ไม่เป็นไรเพคะ ร่างของฟางกูและหมิ่นเอ๋อร์เป็นเช่นไรบ้าง? หม่อมฉันว่าพวกเราหาสถานที่เหมาะสมแล้วฝังพวกนางทั้งสองเถิด”
หลินเมิ้งหยาแสดงสีหน้าสงบนิ่ง ราวกับกำลังคุยเรื่องคอขาดบาดตายกับหลงเทียนอวี้
อีกฝ่ายชะงัก ท่าทางสุขุมสงบนิ่งและมีสติในการจัดการเช่นนี้เป็นหลินเมิ้งหยาไม่ผิดแน่
ทว่าความสุขุมของนางในเวลานี้ทำให้หลงเทียนอวี้ประหลาดใจไม่น้อย
“พระองค์มองหม่อมฉันเช่นนี้ด้วยเหตุใดหรือเพคะ? หรือจะให้หม่อมฉันร้องห่มร้องไห้แสดงความเสียใจต่อพวกนาง? หม่อมฉันจะไม่ทำเช่นนั้น น้ำตามีไว้ไหลตอนฝังร่างศัตรูลงดินได้เท่านั้น ต ตอนนี้หม่อมฉันอยากหาตัวฆาตกรออกมาเพื่อชำระหนี้แค้นแทนพวกนางเพคะ”
หลินเมิ้งหยาเอ่ยอย่างมีเหตุผลจนหลงเทียนอวี้จับ