สายตาของหลงเทียนอวี้เปี่ยมไปด้วยความเอ็นดู
แม้หลินเมิ้งหยาจะไม่พูด แต่นางเอาใจใส่เขาเสมอ ฉะนั้นไม่ว่าเขาจะต้องสูญเสียอะไร เขาจะรักษาอาการบาดเจ็บของนางให้ได้
“ได้ ข้าเข้าใจแล้ว”
เอ่ยตอบเสียงแผ่ว มือหนาวางลงบนบ่าข้างขวาของนาง
จากนั้นจึงเริ่มนวดคลึงตั้งแต่บ่าไล่ลงมายังแขนตามที่จั่วชิวอวี้สอน
จั่วชิวอวี้เคยบอกว่าก่อนเริ่มการรักษาจำเป็นต้องนวดแขนขวาของนางอยู่เป็นประจำ มิเช่นนั้นต่อให้รักษาหายแล้วก็อาจมีผลข้างเคียงตามมาทีหลังได้
แม้แขนขวาจะไร้ความรู้สึก ทว่าหลังจากได้เห็นสีหน้าจริงจังตั้งอกตั้งใจของหลงเทียนอวี้ ใบหน้าของนางจึงแดงระเรื่อขึ้นมา
หันหน้าไปอีกทาง หลินเมิ้งหยาอดที่จะก่นด่าตัวเองที่กลายเป็นคนไร้ประโยชน์ไม่ได้
ก็แค่นวดแขนมิใช่หรือ? เหตุใดนางจึงไร้ประโยชน์เช่นนี้เล่า ซ้ำยังตื่นเต้นเขินอายอีกด้วย!
“คือว่า…..”
บรรยากาศระหว่างทั้งคู่เริ่มแปลกไป
หลังจากไม่ได้กล่าวคำใดอยู่นาน ขณะที่หลินเมิ้งหยากำลังจะอ้าปากเอ่ย นางรู้สึกว่าลำคอแห้งผาก
นางที่เคยเอื้อนเอ่ยด้วยวาจาเฉลียวฉลาดมาตลอดกลับพูดไม่ออก สมองสับสนวุ่นวาย
หลินเมิ้งหยาครุ่นคิด นางที่เคยเป็นคนเสียงดังเอะอะโวยวายมิเคยอยู่อย่างสงบ แต่ยามนี้ได้