อยู่ท่ามกลางความเงียบสงบแล้ว นางกลับ….นางกลับกลายเป็นคนพูดจาเงอะงะไปเสียได้
“เป็นอะไรไป?”
เขาเลิกคิ้วขึ้นสูง บัดนี้ใบหน้าขาวนวลดุจหิมะกลายเป็นสีชมพูระเรื่อ หลินเมิ้งหยามิกล้าสบตาหลงเทียนอวี้
มองดูขนตางอนยาวของนางที่กำลังกระเพื่อมขึ้นลง ท่าทางเหมือนไม่กล้ามองเขาอย่างไรอย่างนั้น
ไม่ง่ายเลยที่นางจะมีท่าทางเขินอายเช่นนี้ ทว่าหลงเทียนอวี้กลับเกิดความรู้สึกอยากแกล้งนาง
ขยับเข้าใกล้นางอีกนิด ระยะห่างระหว่างทั้งคู่กลายเป็นแนบชิดสนิทกัน
กลิ่นจากเครื่องหอมประจำตัวของนางผสมผสานกับกลิ่นยาสมุนไพรลอยขึ้นเตะจมูกของหลงเทียนอวี้
แปลกยิ่งนัก ทั้งที่นางมิได้ผัดแป้งหรือใช้เครื่องประทินผิว แต่ทุกครั้งที่เข้าใกล้นางและได้กลิ่นประจำตัวนางเช่นนี้ เขามักรู้สึกเหมือนกำลังเมามาย
หลินเมิ้งหยารู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายขยับเข้าใกล้ตนเองมากขึ้น นางจึงพยายามรวมรวบเรี่ยวแรงเงยหน้าขึ้น
แต่นางไม่รู้เลยว่าคอยาวระหงดั่งหยกและใบหูของนางกำลังแดงเถือก
ทุกสิ่งตกอยู่ในสายตาของหลงเทียนอวี้ แววตาของเขาจึงลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม
“ไม่…ไม่เป็นไรเพคะ…พระองค์ระมัดระวังตัวให้ดีก็พอ”
ทั้งที่เป็นเพียงประโยคธรรมดา แต่หลินเมิ้งหยาเกือบจะกัดลิ้นที่กำลัง