ผู้คนรอบตัวจั่วชิวอวี้และพวกคุณชายทั้งหลายต่างรู้สึกว่าน้ำเสียงที่เปล่งออกมาช่างหวานใสเย้ายวนยิ่งนัก
น้ำเสียงไพเราะเสนาะหู หากเสียงนี้ร้องเรียกชื่อตนเองดูสักครั้งคงรู้สึกอิ่มเอมใจไม่น้อย
สายตาของทุกคนเบนไปมองยังทิศทางเดียวกัน สิ่งที่พวกเขาได้เห็นคือแขนเรียวยาวงดงามดั่งหยกข้างหนึ่งที่กำลังยื่นออกมา
จากนั้นใบหน้านวลเรียวเล็กรูปไข่ก็พลันปรากฏต่อสายตาทุกคน
เพียงมุมปากของนางยกขึ้น สตรีทั้งใต้หล้าล้วนหมดความน่าสนใจในบัดดล
เสียงเอะอะโวยวายเมื่อครู่จึงสงบลงกะทันหัน
“เปี่ยวเม่ย พวกเราใกล้จะถึงแล้ว”
หลังจากชะงักไปครู่หนึ่ง จั่วชิวอวี้จึงตอบ
ครู่ต่อมาเขาจึงแสดงให้เห็นถึงฐานะของสาวงามตรงหน้า
หลินเมิ้งหยาแสดงท่าทีเหมือนเพิ่งเห็นว่ารอบตัวของญาติผู้พี่มีเหล่าบุรุษยืนล้อมรอบอยู่มากมาย
มือเล็กยกขึ้นปิดปากราวกับตกใจเสียเต็มประดา จากนั้นจึงส่งเสียงพึมพำ
“เปี่ยวเกอน่าจะบอกข้าก่อน!”
ดวงตาสั่นไหว เผยท่าทางขวยเขินประหนึ่งสาวน้อย อย่าว่าแต่คุณชายเหล่านั้นเลย แม้แต่จั่วชิวอวี้เองก็รู้สึกตื่นตะลึง
นี่นางคิดจะทำอะไรกันแน่?
“ท่านนี้คือ….อันเล่อจวิ้นจู่? สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น จวิ้นจู่งดงามยิ่งนัก งดงามปานนางฟ้านางสวรรค์