ไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง คาดว่าเมื่อคืนจั่วชิวอวี้คงเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในเมืองหลวงว่างเทียนให้ฟังแล้วกระมัง
ฉะนั้นนอกจากหลิวซวนจะแสดงท่าทีเคารพเลื่อมใสหลินเมิ้งหยาแล้ว เขายังเพิ่มความสนิทสนมมากขึ้นอีกหลายส่วน
ทว่าดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับเจือไว้ซึ่งความระแวดระวัง
หลินเมิ้งหยารู้ดีว่าชายคนนี้ไม่ธรรมดา
คนรับใช้ยกน้ำชาให้ทั้งสอง หลินเมิ้งหยาและหลิวซวนยกชาขึ้นจิบพลางพิจารณาอีกฝ่ายโดยไม่พูดอันใด
“ญาติผู้พี่ที่ไม่ได้เรื่องของข้ามิได้สร้างความลำบากใจให้ใต้เท้าใช่หรือไม่?”
หลินเมิ้งหยาเอื้อนเอ่ยด้วยท่วงท่าสง่างาม น้ำเสียงมิได้หยิ่งทะนงดั่งคุณหนูผู้สูงศักดิ์ แต่กลับเจือความอ่อนโยนอยู่หลายส่วน ซ้ำยังแสดงท่าทีสุขุมเป็นผู้ใหญ่อีกด้วย
ร่องรอยของความสับสนวาดผ่านแววตาของหลิวซวน
เหตุเพราะเมื่อคืนเขาขู่บังคับจั่วชิวอวี้ ดังนั้นจึงได้รู้ข้อมูลของหลินเมิ้งหยาทั้งหมดแล้ว
ตอนแรกเขาคิดว่านางมีความกล้าบ้าบิ่นเพราะได้รับความรักความเมตตาจากบิดาและพี่ชายรวมถึงอำนาจมหาศาลของสามี
แต่เมื่อมาพิจารณาตอนนี้แล้ว ทุกการกระทำหรือแม้แต่คำพูดของนางสุขุมรอบคอบไม่เหมือนหญิงสาวธรรมดาทั่วไป
ดังนั้นทัศนคติของเขาที่มีต่อนางจึงเปล