่านางจะตื่นขึ้นมา จากนั้นเขาจึงเดินออกจากห้อง
ภายในตรอกมืดด้านหลังสวนของโรงเตี๊ยม หลงเทียนอวี้ที่ไล่ตามเงามืดมาก็พบกับเงาของคนสามคนในตรอกแห่งนั้น
“คารวะท่านอ๋อง”
เสียงทุ้มต่ำ แม้จะไม่ดึงดูดความสนใจของคนอื่น แต่ถึงกระนั้นก็ยังดังและหนักแน่น
จากนั้นคนทั้งสามจึงคุกเข่าลงคารวะหลงเทียนอวี้
“มีเรื่องอันใด?”
เมื่ออยู่ต่อหน้าผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา หลงเทียนอวี้เก็บความอ่อนโยนที่มีให้หลินเมิ้งหยาเพียงคนเดียวเอาไว้ ท่าทางแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชา ดวงตาคมกริบ
“ทูลท่านอ๋อง มีข่าวด่วนจากเมืองหลวงพ่ะย่ะค่ะ”
ทั้งสามคือคนส่งข่าวจากเมืองหลวงของหลงเทียนอวี้
การปรากฏตัวของพวกเขาทำให้หลงเทียนอวี้รู้ได้ว่าเสด็จพ่อเป็นผู้ส่งข่าวมา
“นำออกมา”
พยายามระงับความกระวนกระวายในใจ ทำได้เพียงหวังว่าจดหมายฉบับนี้จะไม่ทำให้หัวใจของเขาหนักอึ้ง
“พ่ะย่ะค่ะ”
จากนั้นซองจดหมายสีดำทะมึนถูกส่งไปให้หลงเทียนอวี้
แม้หัวใจอยากจะปฏิเสธ ทว่าหลงเทียนอวี้ก็ยังรีบหยิบจดหมายมาเปิดอ่าน
แม้จะมีเพียงอักษรไม่กี่ตัว ทว่าในสายตาของเขากลับเป็นดั่งสมุนไพรฟื้นคืนชีพก็มิปาน
ในที่สุดก็โล่งใจได้เสียที โชคดีที่เสด็จพ่อเข้าใจความหมายที่เขาต้องการจะสื่อ ในเมื่อเป็นเช่นนี้