ความริษยาเปรียบดั่งงูพิษที่เร้นกายอยู่ในซอกหลืบหัวใจของจั่วหยวนอี จิตใจที่แหลกสลายทำให้เขาบ้าคลั่ง
ท่ามกลางสายตาคาดหวังของหลินเมิ้งหยา จั่วหยวนอีพยักหน้า เขาไม่รู้ตัวเลยว่าท่าทางของตนเองในเวลานี้น่าหวาดกลัวเพียงใด
หลงเทียนอวี้มองจั่วหยวนอีด้วยแววตาประหลาดใจเล็กน้อย เจ้าคนไร้ประโยชน์เปลี่ยนเป็นคนเด็ดขาดเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อไร?
ทันใดนั้นเขาก็นึกขึ้นมาได้ว่าขณะที่ได้ยินน้ำเสียงอ่อนโยนของหลินเมิ้งหยา เขาเองก็เกือบจะคลุ้มคลั่งเช่นเดียวกัน
ชำเลืองมองหลินเมิ้งหยาอย่างสงสัย สรุปแล้วนี่เป็นเคล็ดลับวิชาอันใดกัน?
จั่วหยวนอีถูกวาจาของหลินเมิ้งหยากระตุ้น เขาไม่พูดพร่ำทำเพลงรีบเขียนตัวอักษรลงกระดาษ
จากนั้นจึงประทับลายนิ้วมือของตนลงไป
“เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว จากนี้ไปเราเป็นพวกเดียวกันแล้ว”
มุมปากหยักยกขึ้น แม้ของสิ่งนี้จะมิอาจรับรองความเชื่อใจของจั่วหยวนอีได้ แต่อย่างน้อยหากเขาบิดพลิ้ว เช่นนั้นนางจะนำของสิ่งนี้ไปให้บิดา ของเขาดู
หากจะบาดเจ็บก็ต้องบาดเจ็บด้วยกันทั้งคู่ คนธรรมดาทั่วไปมักไม่ทำเรื่องเช่นนี้
“ขอบพระทัยจวิ้นจู่ ส่วนเรื่องไอ้ขยะนั่น….”
จั่วหยวนอียังคง