งคนเดียว เช่นนั้นเขาจะรับอุปการะเลี้ยงดูคุณชายรองทำไม?”
ทุกคำพูดของหลินเมิ้งหยาทิ่มแทงหัวใจของเขา
ตลอดหลายปีมานี้เขายังถูกไอ้ขยะนั่นรังแกไม่พออีกหรือ?
“ยิ่งไปกว่านั้น เหตุใดเขาจึงให้ความสำคัญกับบุตรบุญธรรมนัก? ไม่เพียงมอบตำแหน่งเท่าเทียมกันกับเจ้าให้เขา ซ้ำยังใช้เรื่องส่วนรวมมาเกทับเจ้าอีก คุณชาย เจ้าไม่คิดว่าตัวเจ้ากลายเป็นรองเท้าให้คนสวมใส่อยู่หรือ? เขาได้รับทุกสิ่งทุกอย่างที่ดีที่สุด แต่เจ้ากลับต้องแบกรับความอัปยศและถ้อยคำตำหนิ ความคิดเช่นนี้หาได้มีไว้สำหรับบุตรที่เป็นสายเลือดของตนเองไม่ คุณชาย ตกลงเจ้าถูกเขามองเป็นบุตรจริงหรือไม่?”
หากพูดเรื่องการยุแยง หลินเมิ้งหยาไม่เป็นสองรองใคร
อย่าว่าแต่จั่วหยวนอีเลย แม้แต่หลงเทียนอวี้และจั่วชิวอวี้ล้วนถูกน้ำเสียงอ่อนโยนและคำพูดทิ่มแทงใจทำให้ไฟแห่งความริษยาลุกโชน
สีหน้าของจั่วหยวนอีเปลี่ยนไปแล้ว ความทุกข์ระทมที่เขาได้รับมาตลอดหลายปี แม้จะเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย แต่เขาก็เห็นเป็นเรื่องใหญ่ในทันที
สุดท้ายคำพูดของหลินเมิ้งหยาก็กลายเป็นประกายไฟที่กระเด็นไปจุดชนวนโทสะของเขาให้ลุกโชน
ความริษยากลายเป็นความอาฆาต แม้แต่บิดาบังเกิดเกล้ายังกลายเป็นศัตรูของเขาไปแล้ว
ไ