หลินเมิ้งหยานั่งอยู่บนเก้าอี้พลางมองใบหน้าที่บิดเบี้ยวของจั่วหยวนอี
ไตร่ตรองดูเล็กน้อย อาจเพราะเขาต้องการแทะโลมพวกนางทั้งสอง ดังนั้นพวกนางจึงได้รับการดูแลเป็นพิเศษจากจั่วหยวนอี
สมแล้วที่เป็นคนในตระกูลเดียวกัน แม้กระดูกข้อต่อแขนข้างขวาของจั่วหยวนอีจะถูกถอดออก ทว่าบาดแผลภายนอกแม้แต่เพียงน้อยก็ไม่ปรากฏให้เห็น ยกเว้นเรื่องที่เขาเกือบจะสิ้นสติหม มดลมหายใจ
“หนึ่งครั้ง สองครั้ง สามครั้ง…เอ๋? ทำไมถึงสามครั้งเล่า? พวกเรามิได้ตกลงกันไว้เช่นนี้นี่นา อ้อ ข้ารู้แล้ว นี่เจ้ากำลังด่าข้าหรือ?”
หลินเมิ้งหยานับเลขพลางทรมานจั่วหยวนอี
น้ำหูน้ำตาของอีกฝ่ายไหลพราก ขณะที่กำลังถอดกระดูกนิ้วอีกข้อ กลิ่นเหม็นคลุ้งพลันตลบอบอวลจากร่างของเขา
“น่ารังเกียจนัก ช่างเถิด ข้าจะปล่อยเจ้าไปสักครั้ง จำเอาไว้ ข้าถามสิ่งใดเจ้าก็ต้องตอบสิ่งนั้น มิเช่นนั้นเจ้าจงรับความทรมานอยู่ที่นี่ เข้าใจหรือไม่?”
จั่วหยวนอีรีบพยักหน้า ขอเพียงเขาหลุดออกจากความทรมานนี้ไปได้ ต่อให้ต้องขายบรรพบุรุษเขาก็ยอม
หลงเทียนอวี้แค่นหัวเราะเสียงเย็น ก่อนจะง้างปากจั่วหยวนอีแล้วหยิบอุ้งเท้าหมูออก
“จวิ้น