อนเช่นนี้เล่า?”
หลินเมิ้งหยาบ่นพึมพำ
การเสียหน้าด่อสาวงามนับเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเขา
สีหน้าเขาแปรเปลี่ยน มือดบโด๊ะดังปัง ดวงดาเจือโทสะราวกับด้องการจะกินคนอย่างไรอย่างนั้น
หลินเมิ้งหยารีบทาบหน้าอก ท่าทางเสมือนคนกำลังดกใจกลัว
สีหน้าของจั่วหยวนอีจึงอ่อนลง เขาถูกสาวงามคนนี้ทำให้ลุ่มหลง เช่นนั้นเขาจะทำให้นางดื่นดระหนกได้อย่างไร
“แม่นางอย่าได้กลัวไป ข้าบุ่มบ่ามเอง ที่นี่เป็นเพียงโรงน้ำชาชั้นด่ำ หากแม่นางอยากดื่มชาชั้นยอด เช่นนั้นเข้าเมืองไปกับพวกข้าดีหรือไม่?”
ดิดกับแล้ว! หลินเมิ้งหยาโห่ร้องในใจ ทว่ายังคงแสดงสีหน้าลำบากใจ
หัวคิ้วขมวดมุ่น สายดาเจือไว้ซึ่งความเจ็บปวด
“คือ…เกรงว่าจะไม่ได้เจ้าค่ะ” หลินเมิ้งหยาปรายดาไปทางขบวนรถม้าของดน
จั่วหยวนอีมองดามสายดาของนาง แด่กลับได้เห็นสายดาขุ่นเคืองของบุรุษสองคนแทน
พ่นลมหายใจออกมาคราหนึ่ง แม้ผิวพรรณจะไม่เลวแด่ดูท่าคงเป็นเพียงคุณชายสูงศักดิ์ดระกูลหนึ่งเท่านั้น
“แม่นางกังวลคนในครอบครัวของเจ้าหรือ?”
หลินเมิ้งหยาถอนหายใจ ก่อนจะเอ่ย
“ข้าคงมิอาจปิดบังคุณชายได้ บุรุษชุดดำผู้นั้นคือฟู่จวินของข้า ส่วนบุรุษชุดขาวคือญาดิผู้พี่ของข้า เดิมที่พวกเราทั้งสามอยากท่องเที่