งนี้ไป
เพียงเดินทางมาถึงด่านแรกของเมืองอวี้หลง พวกเขาก็ได้เห็นเหล่าชนชั้นสูงสวมใส่ชุดหรูหรามากมายเดินทางเข้าออกประตูเมือง
หลงเทียนอวี้และจั่วชิวอวี้สบตากัน ก่อนจะให้คนของตนเองชะลอฝีเท้าลงเพื่อเข้าแถวอยู่ทางด้านหลังและเดินผ่านประตูเมืองพร้อมกัน
ไม่นานก็ถึงคราวของขบวนหลงเทียนอวี้และจั่วชิ้วอวี้
ทหารคุ้มกันเมืองเงยหน้ามองรถม้าและคุณชายตรงหน้า ริมฝีปากฉีกยิ้มกว้างด้วยท่าทางเลื่อมใส
“คารวะใต้เท้า รบกวนยื่นป้ายเชิญด้วยขอรับ ข้าน้อยจะได้บันทึกเอาไว้และไม่เสียเวลาเดินทางของใต้เท้า”
“ป้ายเชิญ? ป้ายเชิญอะไร?”
เขามิเคยได้ยินจั่วชิวอวี้พูดถึงเรื่องนี้มาก่อน
ทหารใบหน้าอวบอ้วนรู้ดีว่าเหล่าคนใหญ่คนโตเดินทางผ่านเส้นทางนี้ค่อนข้างมาก ดังนั้นพวกเขาจึงไม่อยากถูกลงโทษ
“ใต้เท้าล้อเล่นแล้ว มันคือป้ายเชิญที่ผู้ว่าการมอบให้จวนของพวกใต้เท้าอย่างไรเล่า เมื่อครึ่งปีก่อนท่านผู้ว่าการส่งมอบป้ายเชิญเข้าเมืองไปให้จวนของพวกท่านแล้ว ใต้เท้าลืมไปแล้วหรือขอรับ? เช่นนั้นคงลำบากแล้ว เบื้องบนสั่งเอาไว้ว่าหากไม่มีป้ายเชิญ เช่นนั้นห้ามปล่อยผ่านเข้าเมืองเป็นอันขาดขอรับ”