วโมง”
ภายใต้ความมืด หลงเทียนอวี้ยื่นหน้าเข้ามากระซิบข้างใบหูของหลินเมิ้งหยา
“เพคะ เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว พระองค์ช่วยหม่อมฉันจัดการชายคนนั้นหน่อยเถิด”
ขณะกำลังปรึกษากันอยู่นั้น ชายคนดังกล่าวหมุนตัวกลับเข้ามาในลานบ้านแล้ว
สีหน้ากระวนกระวาย เขาเดินกลับมายังห้องที่หลินเมิ้งหยากำลังจ้องอยู่
ขณะที่มือหนากำลังยื่นเข้าไปผลักประตูห้อง อยู่ๆ เขาก็รู้สึกเจ็บปวดที่ท้ายทอยอย่างรุนแรง จากนั้นร่างกายจึงอ่อนยวบลง
“ตึง” เสียงดังขึ้น ดูเหมือนจะเจ็บหนักเอาการ
หงอวี้ที่อยู่ภายในห้องกำลังคิดหาทางส่งข่าวไปให้หลินเมิ้งหยา
ด้านนอกพลันเกิดเสียงดังขึ้น
ทว่าเสียงเอะอะโวยวายที่ลอดผ่านเข้ามาราวกับว่าพวกเขาพบเห็นคนน่าสงสัย
หงอวี้วางแผนในใจ นางเข้าไปยืนอยู่ข้างประตูด้วยความระมัดระวัง หากไม่มีคนเฝ้าประตู เช่นนั้นนางจะสามารถหนีออกไปได้ใช่หรือไม่?
แต่คิดไม่ถึงเลยว่าเสียงด้านนอกจะเงียบลงอย่างรวดเร็ว หงอวี้รีบเปิดประตูห้อง
ดวงตาเบิกกว้าง จ้องมองคนตรงหน้านิ่งเสมือนคนโง่
“พระชายา…ท่าน…ท่านมาที่นี่ได้อย่างไร?”
หลินเมิ้งหยาชำเลืองมองชายที่ล้มลงหมดสติบนพื้น
เพียงได้เห็นใบหน้าของชายคนนี้ก็รู้ได้ทันทีว่าเขามิใช่คนดี หลงเทียนอวี้