ความไม่รู้จักพอเช่นนี้คือสิ่งที่นางเกลียดเป็นที่สุ
“ต่อจากนี้ไปน้องสาวของเจ้ากับพวกข้าล้วนเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว เจ้าอย่าได้กังวลไปเลย ข้าสั่งให้ป๋ายซ่าวเตรียมเงินเอาไว้ให้เจ้าแล้วจำนวนหนึ่งเพื่อเอาไว้ใช้ระหว่างทาง หา ากไม่มีเรื่องอะไรแล้ว ป๋ายซ่าว เจ้าส่งแม่นางหงอวี้กลับไปเถิด”
นางถูกหลินเมิ้งหยาเอ่ยขัด หงอวี้รู้ดีว่าจวิ้นจู่รังเกียจตนเองเข้ากระดูกดำ
กลีบปากสั่นเทิ้ม หากมองจากฐานะของอันเล่อจวิ้นจู่ ตอนนี้นางได้รับความรักความเมตตามากขึ้นทุกวัน ถ้าหากนางยังไม่หยุดพูดแล้วล่ะก็ เกรงว่าคราวนี้พิษภัยคงย้อนหาตัวนางเอง
“ตึง” เสียงดังขึ้น หงอวี้คุกเข่าลงกับพื้น หยาดน้ำตารินไหลอาบแก้ม ก่อนจะข้อร้องวิงวอนหลินเมิ้งหยา
“จวิ้นจู่ ข้ารู้ดีว่าท่านเป็นคนน่าเลื่อมใสที่สุดในใต้หล้า แต่…แต่น้องสาวของข้ายังเด็ก เป็นเพราะนางได้ฟังคำยุยงจากผู้อื่นแต่เพียงเท่านั้น อันที่จริงนางมิได้ตั้งใจจะ ะทำให้ท่านขุ่นเคือง ข้าไม่อาจหวังว่าท่านจะให้อภัยพวกเรา แต่…แต่ข้าขอร้องท่านได้โปรดไว้ชีวิตนางด้วยเถิด”
หงอวี้โขกหัวลงกับพื้น ริมฝีปากเอ่ยพึมพำเพื่อขอให้หลินเมิ้งหยาให้อภัย
แต่ท่าทางน่าสงสารของนางทำให้หลินเมิ้งหยานึก