กษาระยะห่าง ไร้ซึ่งคำตำหนิด่าทอ
เสมือนคนแปลกหน้าที่ได้คุยกันก็มิปาน ราวกับว่านางเป็นแค่อากาศธาตุแต่เพียงเท่านั้น
หงอวี้เหยียดกายลุกขึ้น ทว่านางมิกล้าเอ่ยสิ่งใด
ตอนนี้หลินเมิ้งหยาหาใช่คนที่แสร้งทำตัวเป็นนางโลมเพื่อร่วมมือแสดงละครตบตากับนางอีกต่อไปแล้ว
“ได้ยินมาว่าเจ้าจะไปแล้ว เมืองหลินเทียนไม่เหมือนต้าจิ้น แต่หากเจ้าทนลำบากได้ เช่นนั้นก็จะมีชีวิตใหม่ที่ดี”
หลินเมิ้งหยาเลิกเดินหมากกับหลงเทียนอวี้ อันที่จริงหงอวี้เป็นคนฉลาด
นางจะต้องเคยโน้มน้าวซู่เหมยแล้วอย่างแน่นอน แต่ซู่เหมยเป็นคนโง่เขลา ยิ่งไปกว่านั้นยังชอบหาเหาใส่หัว
หากหงอวี้ยังอยู่ที่นี่ เกรงว่าจะกลายเป็นเครื่องระบายอารมณ์ของซู่เหมยเสียเปล่าๆ
สำหรับคนที่ต้องการทำทุกวิถีทางเพื่อได้สวมมงกุฎของราชวงศ์ คาดว่าพี่สาวที่เป็นนางโลมจะต้องเป็นจุดด่างพร้อยของนางอย่างยิ่งแน่นอน
น่าเสียดาย ซู่เหมยคงไม่มีวันรู้เลยว่าพี่สาวของนางเปรียบเสมือนเครื่องรางป้องกันชีวิตของนางเอาไว้
“ข้าน้อยขอบพระทัยจวิ้นจู่ที่สั่งสอน จวิ้นจู่มีพระคุณกับพวกเราสองพี่น้องมาก เพียงแต่…”
คิดจะใช้ความสัมพันธ์ในอดีตมาร้องขอสิ่งที่ตนเองต้องการอีกครั้งน่ะหรือ?
ความรู้สึกต่อต้านเกิดขึ้นในหัวใจ