ยิ้มน้อย ๆ ก่อนจะนั่งลงบนฟูกที่วางอยู่บนพื้น
ภาพใบหน้ายามมีโทสะของนางยังคงวนเวียนอยู่ในสมอง ยิ่งไปกว่านั้นยังมีภาพที่พวกเขาทั้งสองจุมพิตกันถึงสองครั้ง
ท่าทางขวยเขินอย่างน่ารักของหลินเมิ้งหยาทำให้หัวใจของเขาอ่อนยวบจนแทบละลาย
อยากมองใบหน้านวลงามของนางเช่นนี้ไปตลอดชีวิตเหลือเกิน
ท่ามกลางหัวใจที่กำลังว้าวุ่น ทั้งสองผล็อยหลับไปในที่สุด
เจ็ดโมงเช้าวันถัดมา หลินเมิ้งหยาตื่นขึ้นจากความฝัน
โหมดช่วยเรื่องการนอนหลับของระบบเซินหนงใช้การได้เป็นอย่างดี
หลินเมิ้งหยายกมือขึ้นลูบดวงตา ความง่วงเริ่มจางหายไปช้าๆ พลิกตัวไปอีกทางด้วยความเคยชิน แต่คราวนี้นางกลับได้เห็นใบหน้ายามหลับสนิทของชายหนุ่มที่นอนอยู่บนพื้น
นัยน์เนตรเบิกกว้าง ภาพความทรงจำเมื่อคืนปรากฏขึ้น
โอ้ จริงสิ เมื่อคืนหลงเทียนอวี้อยู่ที่นี่เพราะนางต้องการยั่วอารมณ์ของซู่เหมยนี่นา
มือซ้ายยกขึ้นเคาะศีรษะของตนเอง ดูเหมือนสมองของนางจะช้าลงไปสักหน่อยแล้ว
ภายในจวน เสียงปัดกวาดเช็ดถูดังขึ้นอีกครั้ง
บางทีพวกป๋ายซ่าวอาจกำลังคิดว่าภายในคงมีภาพที่ไม่สมควรมองอยู่ ดังนั้นจนกระทั่งตอนนี้ประตูห้องจึงยังไม่ถูกเปิด
เมื่อไม่มีป๋ายซ่าวคอยช่วย นางจึงกลายเป็นง่อยไปในทันที