“พี่สาวเก็บเอาไว้เถิด หากน้องสาวเข้าไปอยู่ในจวนแล้ว ไม่ว่าอยากกินหรืออยากใส่อะไรก็ล้วนมิใช่ปัญหา แต่เกรง ว่าพวกเราคงจะได้เจอกันยากกว่าเดิมแล้ว”
ซู่เหมยผลักเงินกลับไป ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความหวัง
หงอวี้มองน้องสาวที่มิต่างอันใดจากคนแปลกหน้า หัวใจรู้สึกด้านชาราวกับท่อนไม้
ดูเหมือนนางจะคิดมากไปเองทั้งหมด หยักยิ้มขมขื่น นางคิดว่าตัวเองมองคนออก แต่นางกลับมองจิตใจของน้องสาวที่ม มีสายเลือดเดียวกันไม่ออกเลยแม้แต่น้อย
“เจ้าเก็บเอาไว้เถิด ต่อไปนี้จงดูแลตัวเองให้ดี”
สุดท้ายก็ยังมิอาจทำใจได้ หงอวี้มองน้องสาวของตน
ครั้นยังอยู่ในหอนางโลม นางต้องต้อนรับแขกทุกคืนวัน ความขมขื่นทำให้นางยอมตายดีกว่ามีชีวิตอยู่
สิ่งเดียวที่ทำให้นางยังคงหยัดยืนต่อไปนั่นก็คือภาพเลือนรางของคนในครอบครัว
ใครจะรู้เล่าว่าครอบครัวจะทำให้ชีวิตของนางต้องตกอยู่ในนรกแห่งความทุกข์ระทม แต่เพราะยังมีความหวัง ดังนั้นน นางจึงมิอาจยอมแพ้
บางทีนางควรขอบพระทัยพระชายา หากมิใช่เพราะนาง เช่นนั้นตนคงมองคนไม่ออกไปชั่วชีวิต
“ไม่ต้องหรอกเจ้าค่ะพี่สาว จริงสิ หากท่านไม่ว่ากระไร เช่นนั้นทิ้งเครื่องประดับให้ข้าสักสองสามชิ้นดีหรือไม่ ถ ถึงอย่างไรข้าก็จะกลายเ