ท่านอ๋องอวี้ หากข้าไม่โวยวายสักหน่อย เกรงว่านางจะสงสัยเอาได้”
หลินเมิ้งหยาจับสังเกตได้ว่าเด็กฉลาดอย่างอาซิ่วจะต้องมีหลักฐานบางอย่างอย่างแน่นอน
มิเช่นนั้นนางคงไม่เย็นชาใส่ซู่เหมยถึงเพียงนี้ แต่ถึงกระนั้นนางก็ไม่ไล่พวกซู่เหมยไป
เมื่อเทียบความรู้สึกกันแล้ว อาซิ่วกับนางมชะตาต้องกัน หากอาซิ่วตั้งใจไล่พวกหงอวี้และซู่เหมยไป เช่นนั้นก็ ไม่มีใครคัดค้านนางได้ นั่นเท่ากับว่าเด็กคนนี้ตั้งใจปล่อยให้เป็นเช่นนี้
“คิก คิก ข้ารู้อยู่แล้วว่ามิอาจปิดบังพี่สาวจวิ้นจู่ได้”
อาซิ่วนำกำไลหยกมาผูกไว้กับเอวของหลินเมิ้งหยา
การกระทำเช่นนี้เป็นธรรมเนียมในการปัดเป่าความโชคร้ายตามความเชื่อของบ้านเมืองนาง
หวังว่าพี่สาวจวิ้นจู่จะหายเป็นปกติโดยเร็ว
หลังจากทำเสร็จแล้ว อาซิ่วจึงกระซิบเสียงเบา
“ข้าพบว่าพวกป๋ายหลงและเฮยฮู่เป็นแค่ทาสรับใช้ระดับล่างสุดแต่เพียงเท่านั้น เบื้องหลังของพวกเขามีคนเก่งกาจอ อย่างยิ่งคอยสนับสนุนอยู่ ตอนที่ถูกจับตัวไปพวกเขาให้ข้ากินยาสลบอยู่เสมอ ทว่าพวกเขาไม่รู้ว่าร่างกายของคนสกุล ลตงฟางสามารถต้านพิษได้ หากข้าได้กินยาสลบถึงสามครั้งแล้วยังไม่ตาย เช่นนั้นพิษเหล่านั้นจะอ่อนฤทธิ์ลง มีหนหน นึ่งข้าแกล้ง