้าช่วยตามหาตำราชิงเจิงผู่หรือว่า…อยากให้ข้ารับช่วงต่อตำแหน่งผู้อาวุโสสูงสุด?”
ท่ามกลางแสงจันทร์ สีหน้าของหลินเมิ้งหยาอ่อนโยนอบอุ่น โทสะแม้สักนิดก็ไม่มี
หากมองจากระยะไกล สองพี่น้องคู่นี้มิต่างจากคนกำลังคุยเรื่องดินฟ้าอากาศ
ไม่มีใครรู้ว่าภายใต้ใบหน้าสมานฉันท์กันนั้นกำลังสนทนาความลับอันเกี่ยวกันกับยุทธจักรอยู่
“หากให้เจ้ารับตำแหน่งผู้อาวุโสสูงสุดในเวลานี้ เกรงว่าจะมิต่างอันใดจากโยนเจ้าลงกองไฟ หากเป็นไปได้แล้วล่ะก็ ข้าหวังว่าเจ้าจะนำตำราชิงเจิงผู่มาให้ข้ายืมสักครั้ง”
แม้จะเป็นบทสนทนาเสมือนกำลังปรึกษา แต่หลินเมิ้งหยากลับได้กลิ่นความเจ้าเล่ห์อยู่หลายส่วน
หยักยิ้มน้อยๆ มือซ้ายยกขึ้นเคาะศีรษะของตนเอง
“ชิงเจิงผู่ถูกทำลายไปแล้วจริงๆ เพคะ…”
จั่วชิวเฉินหยักยิ้มน้อยๆ ก่อนจะเงยหน้ามองดวงจันทร์เฉกเช่นเดียวกับหลินเมิ้งหยา
“หากเจ้าสามารถช่วยเปี่ยวเกอได้ เช่นนั้นเปี่ยวเกอจะมอบสิทธิขาดทั้งหมดในการทำการค้าของเมืองหลินเทียนให้เจ้าเป็นผู้ตัดสินใจดีหรือไม่?”
เอ่ยเสียงราบเรียบแฝงแววยั่วเย้า
หลินเมิ้งหยาตื่นตะลึง หรือเรื่องที่นางเป็นเจ้าสำนักกลุ่มสามสหายจะถูกเปิดเผยแล้ว? ตรึกตรองอยู่ครู่หนึ่ง…ไม่น่าใช่
แม้แต่หลงเทียนอวี้