เปี่ยวเกอร้อนใจเกินไปหรือไม่
หลินเมิ้งหยาเอียงศีรษะราวกับกำลังไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงยื่นนิ้วชี้ขึ้นตั้งตรง
“หนึ่งปีเถิดเพคะ หากไหล่ขวาของข้ายังไม่หายดี เช่นนั้นคงมิอาจหาตำราชิงเจิงผู่เจอ”
จั่วชิวเฉินเข้าใจความคิดของหลินเมิ้งหยาในทันที เขากระตุกยิ้มพลางส่ายหน้า
“น้องเมิ้งหยารอบคอบยิ่งนัก เช่นนั้นหนึ่งปีก็แล้วกัน ข้าต้องขอขอบใจเปี่ยวเม่ยมาก”
ถวายคำนับหนึ่งครั้ง ทั้งสองส่งยิ้มให้แก่กัน
เรื่องบางเรื่องมิอาจเอ่ยออกมาได้
“ข้ายังมีเรื่องให้ต้องทำ คงไม่อยู่เป็นเพื่อนคุยกับเจ้าแล้ว อีกสองวันพวกเราจะออกเดินทางไปยังเมืองหลวงเก่าเพื่อขอให้คนของหอป๋ายเฉารักษาอาการบาดเจ็บให้เจ้า”
หลินเมิ้งหยาผงกศีรษะลง ก่อนจะเรียกสาวใช้มาประคองตนเองกลับไปที่ห้อง
ภายใต้มุมมืด ดวงตาของจั่วชิวเฉินเปล่งประกาย รอยยิ้มมิทราบที่มาผุดขึ้นบนใบหน้า ก่อนที่เท้าจะก้าวออกจากจวนเซิ่นจวิ้นอ๋อง