ูกพัฒนาเข้าสู่ระยะที่สองมีโหมดปกป้องสมองไม่ให้ได้รับความเสียหาย
หรืออาจพูดได้ว่านางจะไม่มีวันเป็นโรคสติเลอะเลือนไปชั่วชีวิต ฉะนั้นขณะที่ยาสลบออกฤทธิ์ ประสาทการรับรู้ของนางจึงไม่ถูกแช่แข็ง
แต่โชคดีที่ยาสลบเข้าไประงับเส้นประสาทที่ส่งต่อความเจ็บปวดเอาไว้ แม้นางจะรับรู้การเคลื่อนไหวทุกอย่างของโลกภายนอก แต่นางมิต่างอันใดจากผู้ป่วยสภาพผักที่ไม่สามารถขยับเขยื้อนร่างกายได้
ทว่าตอนนี้ฤทธิ์ของยาสลบอ่อนลงแล้ว อีกทั้งพวกหมอหลวงยังเสริมยาบำรุงร่างกายให้นางมากมาย ระบบเซินหนงจึงวิเคราะห์ร่างกายของนางอีกครั้งและอนุญาตให้นางฟื้นขึ้นมา
ดังนั้นสติสัมปชัญญะของนางทั้งหมดจึงกลับมา แต่ขณะเดียวกันนางยังไม่พร้อมที่จะรับสภาพร่างกายของตนเองในเวลานี้ ฉะนั้นนางจึงสงบนิ่งอยู่หลายนาที
แต่ดูเหมือนบุรุษทั้งสามจะเข้าใจผิดเสียแล้ว
“แย่แล้ว! เปี่ยวเม่ยจะต้องกลายเป็นคนสติฟั่นเฟือนไปแล้วอย่างแน่นอน! ฮวงซง [1] เมิ้งหยาต้องสติเลอะเลือนไปแล้วแน่ๆ พ่ะย่ะค่ะ”
จั่วชิวอวี้โบกมือไปมาด้านหน้าหลินเมิ้งหยา ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับไร้ซึ่งปฏิกิริยาใดๆ
ดังนั้นเขาจึงส่งเสียงเหมือนคนกำลังสะอื้นไห้ออกมา
“พวกหมอไร้ประโยชน์! พวกเจ้ารักษาเปี่ยวเม่ยของเจิ้นอย่างไร? เ