วางตะเกียบและชามข้าวลงพร้อมกัน หลงเทียนอวี้และจั่วชิวเฉินเผชิญหน้าสบตาอีกฝ่าย
กุ้ยซีถอนหายใจเฮือกหนึ่ง พวกเขาไม่เหมือนคนกำลังกินข้าว แต่เหมือนคนที่กำลังต่อสู้กันมากกว่า
เขายังหวั่นใจอยู่เลยว่าทั้งคู่จะตีกันเพื่อแย่งห่านชิ้นเดียว แต่ราวกับว่าพวกเขาปรึกษากันมาก่อนล่วงหน้าแล้ว ดังนั้นจึงไม่เกิดการคีบอาหารพร้อมกันขึ้น
ไม่มีใครล่วงรู้ว่าพวกเขากำลังหยั่งเชิงกันและกัน เพียงการกินอาหารร่วมกันมื้อเดียวก็ทำให้เกิดสัญญาสุภาพชนขึ้นมาได้
“ขอบพระทัยที่ต้อนรับขับสู้เป็นอย่างดีพ่ะย่ะค่ะ”
สีหน้าหลงเทียนอวี้ผ่อนคลายลงกว่าเดิม ไม่ว่าจั่วชิวเฉินจะมีเป้าหมายอะไร แต่ตอนนี้เขายังไม่รู้สึกว่าอีกฝ่ายกำลังประสงค์ร้าย
ยิ่งไปกว่านั้นจั่วชิวเฉินยั่งทุ่มเทแรงกายแรงใจในการช่วยเหลือหลินเมิ้งหยา ดังนั้นเขาจึงลดระดับความระแวดระวังลงชั่วคราว
“ไม่เป็นไร ถึงอย่างไรพวกเราก็เป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว จริงสิ ตกลงพวกเจ้าเดินทางมายังเมืองหลินเทียนด้วยเหตุอันใด สามารถบอกข้าได้หรือไม่?”
จั่วชิวเฉินเป็นถึงประมุขของแคว้น ไม่ว่าเขาต้อนรับขับสู้หลงเทียนอวี้ด้วยความจริงใจหรือมีเป้าหมายอื่น แต่นี่นับเป็นเรื่องที่หาได้ยาก
ตรึกตรองอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายหล