อาซิ่วหาใช่คนไร้สมอง แม้จะอยากโวยวายแต่นางมิใช่คนยิงธนูโดยไร้เป้า
หากคิดจะสั่งสอนชายโฉดหญิงชั่วคู่นั้น เช่นนั้นนางควรจะหาเหตุผลมาอ้างสักหน่อยมิใช่หรือ?
หลังจากกินข้าวเช้าแล้ว เรื่องซุบซิบนินทาระหว่างหยวนเหมยและซู่เหมยก็ลือไปทั่วทั้งขบวนการค้า
สายตาที่ทุกคนมองเขาทั้งสองเปี่ยมไปด้วยความอิจฉา
ส่วนท่าทางฮึดฮัดมิได้ดั่งใจของหยวนหลินนั่นคงเพราะเขาแอบชอบซู่เหมยอย่างแน่นอน แต่ข้างกายหยวนหลินมีฮูหยินงดงามเพริศพริ้งอยู่แล้ว ยิ่งไปกว่านั้นยังมีเด็กสาวหน้าตาน่ารักสกุลตงฟางห้อมล้อมเขาอีก
เช่นนั้นน้องชายคนนี้ควรจะหลีกทางให้พี่ชายสักหน่อยมิใช่หรือ? ทว่าบรรยากาศระหว่างสองพี่น้องกระอักระอ่วนยิ่งนัก
เหตุเพราะแจ้งล่วงหน้าแล้วว่าทั้งสามจะเดินทางล่วงหน้าไปก่อน หลินเมิ้งหยาจึงขี่ม้าออกไปโดยไม่สนทนากับใคร
ชิวอวี้เองก็รู้หน้าที่ตน ดังนั้นจึงขี่ม้าตามหลังนางไป ฉะนั้นหลงเทียนอวี้ที่ถูกซู่เหมยล้อมหน้าล้อมหลังจึงอดที่จะกระวนกระวายใจไม่ได้
“พี่ต้าหยวน เช่นนั้นท่านพาข้าไปด้วยกันเถิด ข้าเดินทางไปกับพวกเขาเพียงคนเดียวรู้สึกกังวลใจยิ่งนัก”
ซู่เหมยเข้ามารบเร้าหลงเทียนอวี้ตั้งแต่เช้าตรู่ ทั้งชงชาส่งน้ำ แม้กระทั่งการเตรียมอาหารและเสื้อผ