“อย่าดึงตัวข้า ข้ารู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่”
ภายในกระโจม สีหน้าอ่อนโยนของซู่เหมยเปลี่ยนเป็นหมดความอดทน นางสะบัดมือหงอวี้ออก
“ซู่เหมย ข้าเป็นพี่สาวของเจ้า ไม่ว่าเจ้าจะยอมรับข้าหรือไม่ แต่ข้าล้วนทำทุกอย่างเพื่อเจ้า คุณชายหยวนผู้นั้นไม่มีทางเป็นคุณชายในตระกูลธรรมดา เหตุใดเจ้าต้องทำเช่นนี้ด้วยเล่า?”
หงอวี้ไม่รู้วิธีการเข้าหาซู่เหมยเลยแม้แต่น้อย ความทรงจำในวัยเด็กกลายเป็นภาพเลือนรางเพียงเท่านั้น
ชีวิตขมขื่นตลอดหลายปีที่ผ่านมาทำให้นางเคยชินกับการทำทุกวิถีทางเพื่อหาเงินให้ได้มากที่สุด
นางสามารถรับมือกับแขกที่เรื่องมากได้ แต่กับน้องสาวสายเลือดเดียวกันผู้นี้ นางทำได้เพียงมองดูด้วยความกังวล
เหตุเพราะหวังดีกับนาง ฉะนั้นจึงระมัดระวังมากเป็นพิเศษ
“แล้วอย่างไรเล่า? ก็จริง ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเจ้ารับลูกค้าหลากหลายรูปแบบ หากเจ้าบอกว่าเขามิใช่คนธรรมดา เขาก็คงเป็นคนเช่นนั้นจริง ขอเพียงข้าจับเขาให้ได้ เท่านี้ชีวิตพวกเราสองพี่น้องก็จะได้อยู่อย่างสุขสบายแล้วมิใช่หรือ?”
ซู่เหมยเอื้อนเอ่ยอย่างมิใส่ใจ ราวกับนางมิได้แยแสต่อความเป็นห่วงของหงอวี้เลยแม้แต่น้อย
ยืนอึ้งงันอยู่กับที่ อยู่ๆ หงอวี้ก็ไม่รู้ว่าควรโน้มน้าวซู่เหมย