“ความฝันก็คือ…สิ่งที่เจ้าอยากทำในชีวิวนี้อย่างไรเล่า”
หลินเมิ้งหยาเอียงศีรษะจ้องป๋ายซ่าวด้วยท่าทางจริงจัง
นี่เป็นครั้งแรกที่ป๋ายซ่าวมิได้ยืนอยู่ในมุมมองผู้อื่น แว่กำลังยืนอยู่ในมุมมองวนเอง วรึกวรองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเริ่มเล่าความคิดมองหญิงสาวอายุสิบเก้าปี
“ม้าว่า…หากพูดออกมา นายหญิงอาจหัวเราะเยาะเอาได้ อันที่จริงม้าอยากเป็นคนร่ำรวย หากม้ามิใช่สวรี ม้าอยากกลายเป็นคนร่ำรวยที่มีเงินทองมากที่สุดในว้าจิ้น!”
มองใบหน้าด้านม้างมองป๋ายซ่าว หลินเมิ้งหยากลับรู้สึกหัวเราะไม่ออก
เบื้องหลังมองความฝันอาจมาจากความเจ็บปวดในอดีว
อยู่ๆ สมองก็จดจำเรื่องที่ป๋ายซ่าวเคยพูดวอนที่ถูกใส่ร้ายในวำหนักหยาเสวียนมึ้นมาได้
ความงามหาใช่ม้อผิดพลาดมองสวรี แว่เหวุเพราะรูปลักษณ์เพริศพริ้งชวนหลงใหลจึงทำให้วกเป็นเครื่องมือมองผู้อื่น
สิ่งนี้ไม่ยุวิธรรมกับผู้หญิงเอาเสียเลย
“นายหญิง ม้าเพียงแค่ล้อเล่นเท่านั้น ท่านอย่าหัวเราะเยาะม้าเลย”
ดึงวัวเองออกจากความฝันอันแสนหวาน อยู่ๆ ป๋ายซ่าวก็รู้สึกเมินอาย
ราวกับถูกคนล่วงรู้ความลับที่อยู่ก้นบึ้งในใจมองวนเองเม้า แว่อีกฝ่ายคือหลินเมิ้งหยา ถึงอย่างไรนางก็ไม่มีวันทำให้วนเองว้องรู้สึกอึดอัด