“เช่นนั้นพาพวกนางไปด้วยเถิด รอถึงเมืองหลินเทียนแล้วค่อยหาสถานที่ปลอดภัยให้แก่พวกนาง ท่านคิดเห็นเช่นไร?”
คำกล่าวของนางทำให้สีหน้าเย็นชาของหลงเทียนอวี้อ่อนโยนลงมาก
ตรึกตรองสักครู่ก่อนจะผงกศีรษะ เขาไม่แม้แต่จะเหลือบตามองหญิงสาวซึ่งกำลังส่งเสียงสะอึกสะอื้นอยู่เบื้องหน้า
“เอาล่ะ ในเมื่อพี่ใหญ่เห็นด้วยแล้ว เช่นนั้นพวกเจ้าสามารถติดตามพวกข้าไปได้ชั่วคราว หงอวี้ เจ้ากับน้องสาวนั่งบนรถม้าของข้าก็แล้วกัน”
หงอวี้มองหยวนหลินอย่างซาบซึ้งใจ หากมิใช่เพราะนาง คุณชายหยวนเหมยอาจบั่นคอซู่เหมยไปแล้ว
แม้ซู่เหมยจะยกยิ้มมุมปากน้อยๆ แล้ว แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ลืมที่จะเอื้อนเอ่ยขอบคุณคุณชายทั้งสอง แต่สิ่งที่นางกลัวที่สุดคือความคิดของเด็กสาวคนนี้ต่างหาก
เฮ้อ หวังว่าน้องสาวของนางจะคิดได้
รถม้ามีขนาดไม่ใหญ่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เมื่อต้องนั่งเพิ่มอีกสามคน นอกจากอาซิ่วที่ตัวค่อนข้างเล็กที่สุดแล้ว หงอวี้และซู่เหมยต่างต้องขดตัวอยู่ที่มุมหนึ่ง
หลินเมิ้งหยาไม่ชอบท่าทางอ่อนแอของซู่เหมย แต่เพราะเห็นแก่หน้าของหงอวี้ ฉะนั้นนางจึงไม่ว่ากระไร
เมื่ออกจากตำบลซื่อฟางแล้ว หลินเมิ้งหยาจึงออกจากรถม้าแล้วหาม้ามาตัวหนึ่งเพื่อขี่
“เลิกทำตัวน่าสงสารไ