ด้
หลินเมิ้งหยายิ้ม ก่อนจะพาอาซิ่วเดินขึ้นรถม้า
“ไม่! ข้าไม่ไปกับผู้หญิงคนนี้! นางเป็นผู้หญิงหยำฉ่า! คุณชาย ได้โปรด…ได้โปรดพาข้าไปด้วยเถิด”
เสียงร้องไห้คร่ำครวญปานจะขาดใจดึงดูดความสนใจของคนในขบวนพ่อค้า
หลินเมิ้งหยาที่ยืนอยู่บนรถม้าแล้วหันกลับไปมอง ร่างบางที่มักจะหลบอยู่ด้านหลังหงอวี้บัดนี้เข้าไปกอดขาของหลงเทียนอวี้เอาไว้
มือเรียวยาวสีขาวดั่งหยกจับเสื้อผ้าท่อนล่างของหลงเทียนอวี้แน่น ใบหน้านวลเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา ท่าทางน่าสงสารจับใจ
หัวคิ้วของหลินเมิ้งหยาขมวดมุ่น เหตุใดซู่เหมยคนนี้จึงไม่รู้จักผิดชอบชั่วดีเช่นนี้?
“น้องหญิง อย่ารั้งพวกคุณชายหยวนเอาไว้อีกเลย พวกเราไปกันเถิด ข้าเป็นพี่สาวของเจ้าจริงๆ”
ใบหน้าหงอวี้ซีดเผือด ทั้งที่นางอธิบายกับซู่เหมยอย่างชัดเจนแล้วว่าตนเองคือพี่สาวที่หายตัวไปเมื่อสิบกว่าปีก่อน แต่ซู่เหมยกลับมองนางด้วยสายตารังเกียจ ยิ่งไปกว่านั้นยังเอื้อนเอ่ยวาจาหยาบคายกระทบกระทั่งนางเสมอ
ตอนแรกคิดว่าเมื่อเวลาผ่านไปสักพักซู่เหมยจะยอมรับนางได้ แต่คิดไม่ถึงเลยว่าเรื่องราวจะมาถึงจุดนี้
“ปล่อย”
ขยับริมฝีปากกล่าวเพียงคำเดียว นอกจากหลินเมิ้งหยาแล้ว หลงเทียนอวี้ไม่ชอบให้ใครมาแ