มาก่อน แต่นางมีเหตุผลในการกระทำของตนเอง
เพื่อช่วยน้องสาวของตนเอง นางยอมละทิ้งศักดิ์ศรีของผู้หญิง
ทว่าซู่เหมยกลับกรีดบาดแผลในใจหงอวี้ให้ลึกกว่าเดิม บางทีนี่อาจเป็นความไม่เป็นธรรมของสตรีในสังคมศักดินา
“ปล่อย”
ความอดทนของหลงเทียนอวี้กำลังจะหมดไป เมื่อครั้นอาศัยอยู่ในเมืองหลวง ไม่มีสตรีนางใดกล้าทำตัวเสียมารยาทกับเขาเช่นนี้มาก่อน
เสียงซุบซิบนินทาจากคนในขบวนพ่อค้าเริ่มดังขึ้น หากเขาเตะซู่เหมยออกตอนนี้ เกรงว่าจะยิ่งมีข่าวลือเสียๆ หายๆ ยิ่งไปกว่านั้นเขายังไม่คิดทำร้ายผู้หญิง
ทั้งสองฝ่ายตกอยู่ในที่นั่งลำบาก หลงเทียนอวี้มิอาจถอนตัวออกได้
“ขออภัยคุณชายต้าหยวน น้องสาวของข้าไม่รู้ความ ท่านอย่าได้โมโหนางเลย”
ใบหน้าหงอวี้ซีดเผือด ทรุดตัวคุกเข่าลงกับพื้นเพื่อขอร้องหยวนเหมย
มือทั้งสองเย็นเฉียบดุจน้ำแข็ง หากมิใช่เพราะความสัมพันธ์ระหว่างนางและหยวนหลิน บางทีซู่เหมยอาจกลายเป็นศพไปแล้ว
คนเริ่มเข้ามามุงมากขึ้น หลินเมิ้งหยาไม่อยากกลายเป็นสัตว์ในสวนสัตว์ให้ผู้อื่นรับชม
“หยวนหลิน เจ้ามานี่สักครู่”
ท่านหัวยืนมองเหตุการณ์ตลอดเวลา ดวงตาเคร่งขรึมไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไร
หลินเมิ้งหยารีบเดินลงจากรถม้าแล้วเข้าไปยืนข้างท่านกั