คอกนาง
“หาใช่ว่าข้าไม่อยากสอนท่าน แต่ทักษะเหล่านั้นถูกถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษ ร่างกายของนางมีส่วนใดแตะต้องได้ ส่วนใดบ้างที่มิอาจแตะต้อง จุดใดบ้างที่จะไม่ทำให้นางเสียโฉม จุดใดบ้างที่ทำให้นางทรมานจนอยากตาย หากข้าบอกท่านไปในตอนนี้ เกรงว่าท่านจะต้องใช้เวลาฝึกฝนนานราวสิบวันจึงจะสำเร็จ หากท่านใจร้อนทำให้นางตาย เกรงว่านายท่านจะไม่ยอมอภัยให้ง่ายๆ ใต้เท้า ข้าไม่อยากทำร้ายท่าน”
มั่วฉินร้องบอกความทุกข์ในหัวใจของตนเอง จูเหยียนกลับเบะปาก ในใจเริ่มมีโทสะอยู่หลายส่วน
“ฮึ สตรีน่ารังเกียจเช่นพวกเจ้าล้วนชอบทำตัวมีลับลมคมใน ข้าไม่มีทางเชื่อพวกเจ้าเด็ดขาด! สินค้าชั้นเลิศแล้วอย่างไรเล่า ข้าจะรีบไปขอนายท่านให้จัดการนางเด็กนั่นเดี๋ยวนี้”
พูดจบจูเหยียนก็วิ่งออกไปด้วยความโมโหเต็มเปี่ยม
หงอวี้และมั่วฉินต่างคิดจะเข้าไปรั้งเขาเอาไว้ แต่กลับถูกหลินเมิ้งหยาร้องห้าม
มองตามทิศทางที่จูเหยียนวิ่งหนีไป หลินเมิ้งหยานั่งลงที่โต๊ะอาหาร ก่อนจะเปิดกล่องข้าวด้วยท่าทางผ่อนคลาย
“อาหารที่หุยชุนฟางหน้าตาไม่เลวเลย เหตุใดพวกเจ้าจึงไม่นั่งลงเติมข้าวลงกระเพาะเล่า? ต้องมีแรงก่อนจึงจะสามารถไปช่วยคนได้มิใช่หรือ?”
ช่วยคน? แต่พวกนางเพิ