อย่างแน่นอน
มั่วฉินและหงอวี้ต่างไม่เปิดเผยตัวตนของนาง กลับกัน พวกนางนำหน้ากากมามอบให้นางใส่ หลังจากเดินผ่านห้องโถงแล้ว ทั้งสามจึงเดินขึ้นบันไดและเข้าไปในห้องหนึ่งบนชั้นสอง
เมื่อเทียบกับที่อื่น อากาศในห้องนี้สะอาดกว่ามาก อย่างน้อยก็ไม่มีกลิ่นหอมชวนคลื่นเหียนมากมายนัก
มั่วฉินลังเล สุดท้ายนางเคาะประตู ไม่นานเสียงเกียจคร้านเสียงหนึ่งพลันดังขึ้น
“นั่นใคร?”
หลินเมิ้งหยาประหลาดใจขึ้นมาครามครัน นางได้ยินเสียงของเด็กชายวัยสิบกว่าขวบ
หรือเจ้าของหุยชุนฟางจะเป็นเด็กชายที่ยังไม่โตเป็นผู้ใหญ่? หรือไม่เด็กคนนี้ก็ต้องมีตำแหน่งค่อนข้างสูง
มั่วฉินที่มักจะเป็นคนเย่อหยิ่งเสมอลดเสียงให้เบาลง ก่อนจะตอบด้วยท่าทางนอบน้อม
“มั่วฉินและหงอวี้ที่ประจำการอยู่ในหอนางโลมชั้นนอกเจ้าค่ะ บังอาจถามใต้เท้าจูเหยียนว่านายท่านพอจะมีเวลาให้พวกเราเข้าพบหรือไม่?”
ใต้เท้าจูเหยียน? หลินเมิ้งหยายิ่งประหลาดใจมากกว่าเดิม เด็กคนหนึ่งได้รับความเคารพนบนอบจากมั่วฉินถึงเพียงนี้เชียวหรือ?
ตกลงเจ้าของหุยชุนฟางเป็นเทพเจ้าองค์ใดกันแน่?
เงียบอยู่ครู่หนึ่ง บางทีจูเหยียนอาจจะกำลังขอความเห็นจากผู้เป็นนาย ทั้งสามจึงยืนสงบนิ่งอยู่หน้าประตู
เวลาผ่านไป