“อย่าเพิ่งทำอะไรบุ่มบ่ามขอรับเถ้าแก่ตงฟาง ข้าคิดว่าท่านรู้จักอาซิ่วดี แม้ข้าจะไม่รู้ว่าท่านกับพวกป๋ายหลงเจรจากันเช่นไร แต่พวกเขาจะต้องเพิ่มการป้องกันมากขึ้นอย่างแน่นอน บางทีอาจเคลื่อนย้ายอาซิ่วออกไปแล้วก็ได้ หากท่านบุ่มบ่ามออกไปตอนนี้ นอกจากจะไม่อาจช่วยเหลืออาซิ่วได้แล้ว ท่านอาจถูกพวกเขาจับได้ก็เป็นได้ เช่นนั้นใครจะคอยช่วยอาซิ่วเล่า? ยิ่งไปกว่านั้นนางจะยิ่งตกอยู่ในอันตราย”
คำพูดของหลินเมิ้งหยาทำให้ตงฟางสวีเริ่มสงบสติอารมณ์
ตงฟางสวีมิใช่คนประมาทในการใช้ชีวิตบนถนนสายนี้
แต่เพราะความกังวลจึงทำให้จิตใจว้าวุ่น ยิ่งไปกว่านั้นตงฟางสวียังรู้ดีว่าพวกป๋ายหลงหาใช่คนจิตใจดีอะไร ดังนั้นเขาจึงวิตกกังวลเช่นนี้
ครุ่นคิด หลินเมิ้งหยาเข้าใจจิตใจของตงฟางสวีดี
ทรุดตัวลงนั่ง ตอนนี้จิตใจของเขาคงร้อนรนเกินบรรยาย
ทั้งสามนั่งเงียบอยู่ครู่หนึ่ง หลินเมิ้งหยาจึงลุกขึ้นแล้วหยิบธนบัตรร้อยตำลึงหนึ่งใบออกมา
การออกเดินทางคราวนี้นางนำเงินติดตัวมาเพียงไม่กี่พันตำลึงเท่านั้น แต่เพราะมีหลงเทียนอวี้อยู่ ฉะนั้นนางจึงกล้าแสดงน้ำใจออกมา
“เถ้าแก่ตงฟาง แม้เงินจำนวนนี้จะไม่มาก แต่ข้าหวังว่าท่านจะช่วยข้าดูแลอาฝูให้ดี เขาเป็นสหายของข้า เขาอาจสร้างปัญหาให้ท่านมากมาย รอข้ากลับมาจากการเดินทาง ข้าจะมารับตัวเขาไป”
ตงฟางสวีจะกล้ารับได้อย่างไร เพียงแค่หลินเมิ้งหยานำข่าวของอาซิ่วมาแจ้ง นางก็กลายเป็นผู้มีพระคุณของเขาแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น