หลังจากตรวจชีพจรได้ไม่นาน คิ้วของหลินเมิ้งหยาเริ่มขมวดเข้าหากันแน่น
มองเซียวยี่ด้วยสายตาลังเล ก่อนจะยื่นมือเข้าไปคลำท่อนแขนของเขา
ใบหน้าของหลงเทียนอวี้พลันถมึงทึง
เซียวยี่ส่งเสียงกระแอมในลำคอเบาๆ ก่อนจะหดตัวเล็กน้อยราวกับว่ากำลังบาดเจ็บ แม้ในความเป็นจริงเขาจะประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อพบว่ามือนุ่มนิ่มของนางใหญ่โตขึ้นมากกว่าแต่ก่อนขนาดนี้
“เป็นเช่นไร?”
เมื่อเห็นท่าทางให้ความร่วมมือของเซียวยี่ อารมณ์ของหลงเทียนอวี้จึงดีขึ้นเล็กน้อย
เขาที่ไม่เคยใส่ใจเรื่องของผู้อื่นจึงเอ่ยถามขึ้นมา
หลินเมิ้งหยามองเซียวยี่ด้วยสายตาประหลาดใจ จากนั้นรายงานผลออกมา
“เท่าที่ข้าดู กระดูกของท่านหาได้เกิดจากอาการเจ็บป่วย ฉะนั้นปัญหาจึงอยู่ที่เลือดและกล้ามเนื้อ ผลจากการตรวจร่างกายพบว่าร่างกายของท่านมีอาการป่วยด้วยโรคประหลาด ดังนั้นกระดูกจึงบิดเบี้ยว บางทีอาจรักษาให้หายได้ พี่ยี่ ท่านได้รับบาดเจ็บมานานขนาดไหนแล้ว?”
เพียงได้ยินว่าสามารถรักษาให้หายได้ เซียวยี่ตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นเขาจึงรีบตอบคำถามของหลินเมิ้งหยาในทันที
“เมื่อครึ่งปีก่อน ตอนแรกใบหน้าของข้าถูกทำลาย แต่ก้อนเนื้อเริ่มปูดโปนขึ้นมาเมื่อสามเดือนก่อน”
แสดงว่ารูปลักษณ์ของเซียวอวี้เพิ่งเปลี่ยนไปได้ไม่นาน
หลินเมิ้งหยารู้สึกยินดียิ่ง บางทีหากหาตัวการที่ทำให้เขาเปลี่ยนไปเช่นนี้เจอ ชายผู้มีใบหน้าหล่อเหลาคนนั้นอาจจะกลับมาอีกครั้ง
“ช่วงนี้ข้ายังมีงานให้ต้องจัด