้งสองตามข้าเข้าไปดูตัวอย่างก่อนดีหรือไม่?”
หลินเมิ้งหยาและหลงเทียนอวี้สบตากัน ก่อนจะพยักหน้าลง
ท่ามกลางสายตาของทุกคน หลินเมิ้งหยาและหลงเทียนอวี้เดินตามตงฟางสวีขึ้นไปบนชั้นสองห้องแรก
ทันทีที่เข้าประตูมา ตงฟางสวีรีบลงกลอนประตูด้วยความระมัดระวัง ความร้อนใจถูกแสดงผ่านทางสีหน้า
“อาซิ่วอยู่ที่ใดกัน? นางได้รับบาดเจ็บหรือไม่? หรือกำลังตกอยู่ในอันตราย?”
หลินเมิ้งหยาไม่พูดอะไร นางหยิบห่อผ้าที่ใส่ตัวหนูป๋ายเซียงออกมา
“นี่คือของที่อาซิ่วฝากข้ามอบให้กับท่าน ผู้น้อยโน้มน้าวนางให้กลับมาแล้ว แต่นางยืนยันที่จะอยู่ที่นั่นต่อ เถ้าแก่ตงฟางได้โปรดอภัยให้ข้าด้วย”
บางทีอาจเพราะหนูป๋ายเซียงได้กลิ่นที่คุ้นเคย ดังนั้นจึงเดินออกมาจากห่อผ้าแล้วกระโดดขึ้นไปบนมือของตงฟางสวี
หลังจากได้เห็นหนูน้อย ดวงตาของตงฟางสวีพลันคลายกังวล
ลูบตัวหนูป๋ายเซียงด้วยความเอ็นดู ก่อนจะหยิบถั่ววางลงบนฝ่ามือ
หนูป๋ายเซียงส่งเสียง “จี๊ด จี๊ด” สองครั้ง ก่อนจะเข้าไปกินเม็ดถั่ว
“หากเจ้านี่ยังอยู่ แสดงว่าอาซิ่วยังไม่ตกอยู่ในอันตราย พวกเจ้าไปเจอนางที่ไหนกัน? นางได้รับบาดเจ็บหรือไม่? นางยังสบายดีอยู่หรือเปล่า?”
ตงฟางสวีผู้เป็นลุงรักและเอ็นดูหลานสาวอย่างหมดใจ
เพื่อตามหานาง เขาล้มเลิกการเดินทางทั้งหมด
หลินเมิ้งหยาไม่กล้าเอ่ยช้าแม้เพียงวินาทีเดียว
เพียงได้ยินว่าอาซิ่วถูกพวกป๋ายหลงลักพาตัวไป ดวงตาของตงฟางสวีพลันปรากฏความเคียดแค้น
เก็บหนูป๋ายเซียง