“ขอรับ หยวนหลินสำนึกผิดแล้ว เช่นนั้นเรื่องนี้ควรจัดการเช่นไร ท่านกัวมีคำแนะนำแก่ผู้น้อยหรือไม่?”
ท่านกัวสูบยาต่อ แสงประกายวาดผ่านบนดวงตา
“ไม่ว่าเรื่องนี้จะจบลงเช่นไรก็มิได้เกี่ยวข้องกับพวกเรา ตอนนี้เวลาไม่คอยท่าแล้ว พวกเจ้ารีบไปนอนเถิด พรุ่งนี้ยังต้องออกเดินทางต่อ”
หลินเมิ้งหยาคิดไม่ถึงเลยว่าท่านกัวจะเอ่ยเช่นนี้
อดที่จะรู้สึกประหลาดใจไม่ได้ เหตุเพราะแม้ท่านกัวจะไม่เลือดร้อนเหมือนสมัยยังหนุ่ม แต่ถึงกระนั้นความมีคุณธรรมก็หยั่งรากลึกในเลือดเนื้อและกระดูกของเขา
หรือท่านกัวไม่อยากมีปัญหาก็เลยไม่อยากสอดมือเข้าไปยุ่ง?
มองตามแผ่นหลังเหยียดตรง หลินเมิ้งหยารู้สึกประหลาดใจ
ราวกับคำพูดเหล่านั้นมิได้ออกมาจากปากของท่านกัวอย่างไรอย่างนั้น
“ช่างเถิด ในเมื่อท่านกัวเอ่ยเช่นนี้ เจ้าจงนำหนูป๋ายเซียงไปมอบให้ตงฟางสวีกับมือเถอะ จากนั้นเรื่องทุกอย่างก็จะไม่เกี่ยวข้องกับพวกเราแล้ว”
ชิวอวี้เองก็รู้สึกหดหู่เล็กน้อย เหตุเพราะพวกเขาหาเบาะแสเหล่านั้นเจอด้วยความยากลำบาก ทว่าแม้แต่หัวหน้าขบวนการค้ายังเอ่ยเช่นนี้ หากพวกเขายังคงดึงดันจะมิเป็นการสร้างปัญหากระนั้นหรือ?
“เจ้าไปพักผ่อนก่อนเถิด ข้าจะไปหาตงฟางสวี”
หลินเมิ้งหยายังไม