าไปเกาะแขนของนางแน่น
รับไต้ไฟมาถือไว้ หลินเมิ้งหยาค่อยๆ เดินไปยังสวนด้านหลัง
ห้องโถงค่อนข้างรก แต่ถึงกระนั้นก็ยังมองเห็นเตียงสองสามหลังสำหรับวางศพได้อย่างชัดเจน ทั่วทุกมุมห้องล้วนมีป้ายวิญญาณวางเอาไว้
ดูเหมือนจะไม่มีใครมาที่นี่นานมากแล้ว
ห้องใต้ดินน่าจะอยู่ที่ทางด้านหลัง หลินเมิ้งหยาและชิวอวี้พากันเดินไปยังด้านหลังห้องโถง เมื่อเทียบกับความระเกะระกะทางด้านหน้า ด้านหลังกลับไม่รกเท่า
มีเพียงกองฟางถูกวางเอาไว้ที่มุมกำแพง
“ดูเหมือนด้านหลังห้องโถงเองก็ไม่มีอะไรเช่นเดียวกัน เช่นนั้นพวกเราออกไปกันเลยเถิด”
แม้จะมีแสงไฟส่องทาง แต่ชิวอวี้ยังคงรู้สึกกลัว
พูดไปก็น่าขัน เขาไม่เคยกลัวอะไร ยกเว้นผีและความมืด
หากพี่ใหญ่ของเขารู้เข้า เกรงว่าจะต้องถูกหัวเราะเยาะใส่หน้าเป็นแน่
ทว่าหลินเมิ้งหยากลับชี้ไปที่กองฟาง
“เจ้าไปย้ายของพวกนั้นออกมา”
ชิวอวี้เบิกตากว้าง เขามองหลินเมิ้งหยาด้วยท่าทางน้อยใจ ดูราวกับว่ากำลังขอร้องนางอย่างไรอย่างนั้น
น่าเสียดาย หลินเมิ้งหยาชักแขนของตนเองกลับ ก่อนจะส่งสายตาราวกับต้องการจะสื่อว่าหากเขาไม่ย้ายของ เช่นนั้นเขาก็ต้องพึ่งตัวเอง
สุดท้ายชิวอวี้ก็ต้องจำยอมเข้าไปย้ายกองฟาง
แต่สิ่งที่เ