ิต่างจากหมาแมวอย่างนั้นหรือ?
หากไม่สั่งสอนเขาสักครา หลินเมิ้งหยาคงไม่มีวันให้อภัยตัวเอง
หลังจากบอกเล่าแผนการกับชิวอวี้จบแล้ว ทั้งสองจ่ายเงินให้เสี่ยวเอ้อร์เล็กน้อย ก่อนจะควบม้าออกไป
แม้หลินเมิ้งหยาจะไม่ชินกับการนั่งม้าตัวเดียวกันกับผู้อื่น แต่ฝีมือการขี่ม้าของนางยังต้องปรับปรุง
กีบเท้าโจนทะยานย่ำกุบกับ ทั้งสองหายไปในความมืด
หลินเมิ้งหยาพยายามประคองร่างตนเองบนหลังม้า นางไม่ยอมสัมผัสตัวชิวอวี้
ลูบศีรษะของตัวเอง แปลกจริง เหตุใดนางต้องคิดถึงชายคนนั้นด้วย
“โรงเก็บศพอยู่ห่างจากที่นี่ไม่ไกล หากเป็นไปตามการคาดเดาของเจ้า ข้าคิดว่าจะต้องมีคนคอยเฝ้าอย่างแน่นอน”
ชิวอวี้ก้มหน้ากระซิบเสียงเบาข้างใบหูของหลินเมิ้งหยา
ทั้งสองพลิกตัวลงจากหลังม้า ก่อนจะออกเดินเท้าไปทางโรงเก็บศพ
ทุกตำบลล้วนมีโรงเก็บศพชั่วคราว เรื่องนี้หาใช่เรื่องแปลก
ไม่นานพวกเขาก็เห็นแสงสีขาวจากโคมไฟกระดาษซึ่งสั่นไหวตามแรงลม
บริเวณรอบๆ มืดสนิท นอกจากเสียงใบไม้หวีดหวิวก็ไร้ซึ่งเสียงอื่นใด
ประตูทางเข้าโรงเก็บศพมีลักษณะคล้ายกับปากของสัตว์ประหลาด ดังนั้นจึงไม่มีใครอยากเข้าใกล้
“เจ้ารอข้าอยู่ที่นี่ดีหรือไม่ ข้าจะเข้าไปดูเอง”
ขนาดผู้ชายอ