เหตุเพราะเกี่ยวข้องกับเสี่ยวอวี้ หลินเมิ้งหยาจึงอยากทำความรู้จักกับเมืองเลี่ยหยุน
เมืองนี้ค่อนข้างลึกลับ ได้ยินมาว่าอำนาจภายในเกิดจากการรวมเป็นหนึ่งของชนเผ่า
ฮ่องเต้หาใช่เพียงประมุขของแคว้น แต่ยังเป็นผู้นำทางศาสนาอีกด้วย
แต่ศาสนาของเมืองเลี่ยหยุนมิใช่ลัทธิเต๋า ขงจื๊อหรือพุทธศาสนา ยิ่งไปกว่านั้นศาสนาเหล่านี้ยังกลายเป็นศาสนานอกรีตของเมืองเลี่ยหยุน
การสืบทอดความเชื่อเช่นนี้จึงทำให้เมืองเลี่ยหยุนกลายเป็นแคว้นลึกลับ
แต่การค้ากลายเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการติดต่อกับคนภายนอกของเมืองเลี่ยหยุน
คนเมืองเลี่ยหยุนเบื้องหน้าล้วนมีรูปร่างสูงเพรียว
ศีรษะของผู้ชายพันเอาไว้ด้วยผ้าโพกศีรษะสีขาวและดำ ส่วนผู้หญิงสวมใส่เครื่องประทับเงินลวดลายวิจิตรงดงาม
แต่ไม่ว่าบุรุษหรือสตรีก็ล้วนปิดบังใบหน้าด้วยผ้าคลุม
มีเพียงชายตรงกลางคนนั้นที่มิได้สวมผ้าคลุมหน้า
สิ่งที่ทำให้หลินเมิ้งหยารู้สึกประหลาดใจก็คือแม้ชายชราคนนั้นจะมีผมสีขาวโพลน แต่ใบหน้ากลับยังแดงระเรื่อมีเลือดฝาด แม้แต่ริ้วรอยก็ปรากฏไม่มาก ทว่าดวงตากลับเย็นชาและเปี่ยมไปด้วยความเกลียดชัง
หลินเมิ้งหยาเผลอสบตาดวงตาคมกริบคู่นั้นโดยมิได้ตั้งใจ ก่อนที่นางจะรู้สึกทำอะไร