สียงดังทำให้ตกใจตื่นมีท่าทางงัวเงีย แต่ถึงกระนั้นก็ลุกขึ้นเปลี่ยนเสื้อผ้าและลงไปยังห้องโถงอย่างว่าง่าย
โต๊ะสีดำมะเมื่อมมีอาหารเช้าง่ายๆ วางเอาไว้
ข้าวต้มสองสามชามถูกวางอยู่บนนั้น หลินเมิ้งหยามิได้แสดงท่าทางรังเกียจ นางทรุดตัวลงนั่งแล้วเริ่มรับประทานอาหาร แต่อยู่ๆ เสียงเอะอะพลันดังขึ้นที่โต๊ะอื่น
“มารดามันเถอะ!! ข้าเดินทางขึ้นเหนือล่องใต้ก็เพื่อได้ร่ำสุราชั้นเลิศและกินเนื้อชิ้นใหญ่ แต่พวกเจ้าที่นี่กลับให้ข้ากินเพียงอาหารหมู! ข้าว่าผู้ดูแลโรงเตี๊ยมเช่นเจ้ากำลังรนหาที่ตายใช่หรือไม่!”
หลินเมิ้งหยาก้มหน้ากินอาหารต่อ แต่ถึงกระนั้นก็ยังปรายตามองทางนั้นครั้งหนึ่ง
ดูเหมือนชายคนนั้นจะเป็นลูกน้องของอูยา หลินเมิ้งหยาพยายามเงี่ยหูฟัง ทว่าสายตากลับมองทางป๋ายซ่าวพลางกระซิบเสียงเบา
“กินข้าว กินเสร็จจะได้รีบไป”
ผู้ดูแลโรงเตี๊ยมคือเจ้าหน้าที่ระดับล่างสุดของราชสำนัก อันที่จริงพวกเขาไม่ได้รับการสนับสนุนอะไรมากนัก
เงินจากการค้าขายทั้งหมดต้องถูกส่งมอบให้แก่ทางการ แต่เหตุที่พวกเขามาทำงานที่นี่ก็เพราะการงานที่มั่นคง
แน่นอนว่าคนที่มาที่นี่ล้วนผ่านการทดสอบคุณธรรมกันมาแล้ว หรือพูดอีกอย่างก็คือพวกผู้ดูแลในโรงเตี๊ยมล้