ับหยุดลงที่รถม้าคันเล็กคันหนึ่ง
ดวงตาของหยวนซานกลอกไปมา ก่อนจะวางแผนในใจ
กระโดดขึ้นไปนั่งลงที่ตำแหน่งคนขับเสมือนมองไม่เห็นสิ่งใดทั้งสิ้น
“ถุย! ไอ้สารเลว บังอาจให้ข้ากินอาหารหมูแบบนั้น แม้แต่เนื้อสักชิ้นก็ไม่มี เช่นนี้ยังเรียกว่าข้าวคนได้อีกหรือ”
ชายคนนั้นสบถคำหยาบขณะเดินเข้าใกล้รถม้าของหลินเมิ้งหยา
หลังจากมองเห็นคนขับรถม้า ชายคนนั้นรีบฉีกยิ้ม ก่อนจะยกมือข้างหนึ่งขึ้นผลักคนขับรถม้า
“คนขับ เจ้านายของเจ้าอยู่ในรถม้าหรือไม่?”
หยวนซานแสดงสีหน้าหวาดกลัว เขาพยักหน้าลงเบาๆ ก่อนจะรีบส่ายหน้าปฏิเสธทีหลัง
ครุ่นคิดในใจ ทั้งที่เขาเห็นเจ้านายขึ้นรถม้าเองกับตา แต่ยังแสร้งถามเสมือนมองไม่เห็น
การแสดงนี้มิสมจริงเลยแม้แต่น้อย
แต่ในสายตาของอีกฝ่าย ดวงตาของเขาเปล่งประกายเหมือนคาดเดาเอาไว้อยู่แล้ว
หยักยิ้มกว้าง ก่อนจะวางมือหนาลงบนบ่าของหยวนซาน
“น้องชาย ข้ารู้จักร้านหมูต้มซีอิ๊วและไก่พะโล้ที่อร่อยที่สุดในเมืองหลวง ร้านนั้นชื่อว่าร้านหรูอี้ ข้าว่าเจ้านายของเจ้าเองคงมิเคยได้รับความลำบากมาก่อน เขาจะต้องกินอาหารหมูเหล่านั้นไม่ได้อย่างแน่นอน เช่นนั้นเจ้าเรียกเขาออกมา ข้าจะได้พาเขาเข้าป่าหาไก่เจินจูเลิศรสกิ