ยั่งเชิง แต่กลับได้เห็นดวงตาซึ่งกำลังเก็บซ่อนความเจ็บปวดเอาไว้
นางเพิ่งจะนึกได้ว่าตอนที่เถียนมามาเข้ามาอยู่ในจวน นางทำสัญญาทำงานตลอดชีวิตเอาไว้ ดังนั้นเถียนหนิงจึงตกเป็นทาสในจวนสกุลหลินด้วย
ต้าจิ้นมีกฎระเบียบเขียนเอาไว้อย่างชัดเจน ทาสในเรือนไม่อาจสมัครสอบรับราชการได้
ฉะนั้นภายในราชสำนึกจึงมีเพียงขุนนางเก่าและทายาทสืบสกุลของพวกเขาเท่านั้น
ก็เหมือนกับคนที่มีความสามารถอย่างป๋ายหลี่อู๋เฉิน เขาจำเป็นต้องได้รับการอนุญาตจากขุนนางฝั่งหลงเทียนอวี้ก่อน แต่แม้จะหันไปพึ่งพิงไท่จื่อแล้ว เขากลับได้เป็นเพียงหัวหน้าทหารหลวงเท่านั้น
ส่วนใหญ่พวกบัณฑิตล้วนอยากเป็นขุนนางฝ่ายปกครอง ป๋ายหลี่อู๋เฉินและเถียนหนิงมีความคิดไม่แตกต่างกันนักในเรื่องนี้
“ท่านคิดว่าปัญหาอยู่ที่ฐานะของท่านใช่หรือไม่? เรื่องนี้มิใช่เรื่องยากแต่อย่างใด ท่านอย่าลืมว่าข้าและพี่ชายหาใช่เด็กอ่อนแอเหมือนแต่ก่อน ข้าสามารถบอกให้พี่ชายนำสัญญาฉบับนั้นออกมาแล้วไปแจ้งทางการก็จบเรื่องแล้ว”
หลินเมิ้งหยาพูดออกมาโดยมิได้ใส่ใจนัก เหตุเพราะเรื่องเปลี่ยนสถานะนับเป็นเรื่องเล็กน้อยสำหรับนาง
เถียนหนิงหันไปมองนางด้วยสายตาตกตะลึง เหตุเพราะทุกสามปีจะต้องแจ้งทางการเรื