งเย่ซวงเฮ่อจึงยิ่งไม่น่ามอง
มีข่าวลือในราชสำนักว่าคุณชายใหญ่สกุลหลินมีอุปนิสัยแตกต่างจากบิดาของเขาที่มีความซื่อสัตย์และสง่างาม
ตั้งแต่สมัยที่หลินหนานเซิงยังเป็นเด็กหนุ่ม เขาเรียนวิชาการต่อสู้จนประสบความสำเร็จ จากนั้นเขาได้กลายเป็นเด็กหนุ่มที่น่าอิจฉาที่สุดในเมืองหลวง
หากมิใช่เพราะหลินหนานเซิงก้าวเข้าสู่เส้นทางทางการทหาร เกรงว่าพวกอันธพาลในเมืองหลวงจะไม่มีวันใช้ชีวิตอย่างสงบสุข
ดวงตาสุขุมจับจ้องเย่ซวงเฮ่อเขม็ง
หลินหนานเซิงเพียงคนเดียวทำให้ทหารหลวงทั้งกองทัพหวาดผวา
“แม่ทัพหลินกล่าวถูกแล้ว อันที่จริงเหตุที่ข้าน้อยมาที่นี่ก็เพื่อไล่ล่าพวกอันธพาลที่ทำร้ายพระชายา แม่นางเถียนและลูกชายล้วนมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ฉะนั้นข้าน้อยจึงจะนำตัวพวกเขาไปส่งทางการให้ขอรับ”
หลินหนานเซิงกลับไม่ยอมจนต่อคำพูดของคนตรงหน้า เขาสาวเท้าอาดๆ ไปยืนตรงหน้าแม่นางเถียนผู้มีเส้นผมสีขาวโพลน
เขาถอดผ้าคลุมไหล่สีแดงเข้มออกจากบ่า แม้เถียนมามาจะพยายามผลักออก ทว่าเขายังคงคลุมผ้าลงบนร่างของนาง สายตาที่จ้องมองมิต่างอันใดจากหลินเมิ้งหยา เพียงแต่เจือไว้ซึ่งความรู้สึกผิดที่มากกว่าหลายเท่า
“แม่นม เซิงเกอมาหาท่านแล้ว ตลอดหลายปีมานี้ท่านต้อง